เขาสนใจเด็กน้อยคนนี้จริง ๆ
ทั้งฉลาดเฉลียว ว่านอนสอนง่าย แถมยังมีความคิดเป็นของตัวเองเกินวัย เด็กในวัยนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้ความ แต่เด็กผู้หญิงคนนี้กลับแตกต่างออกไปมาก
เขารู้เรื่องของตระกูลฮั่วอยู่บ้าง
ยิ่งทำให้เขาอยากรู้จักพ่อแม่ของเด็กผู้หญิงคนนี้มากขึ้น
ลิ่งอี๋จึงเงยหน้ามองเซิ่งเจิงโจว กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนตอบว่า “พ่อหนูตายแล้วค่ะ”
คำตอบนี้เหนือความคาดหมาย
เซิ่งเจิงโจวขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
แววตาของเขาไหววูบ “ขอโทษนะ”
ลิ่งอี๋โบกมือ “ยังไงหนูก็ไม่ต้องการพ่ออยู่แล้ว มีแม่ก็พอ แม่ของหนูเก่งกว่าคนตั้งเยอะ”
เดิมทีเซิ่งเจิงโจวคิดว่าเด็กคงเสียใจเมื่อพูดถึงการเกิดและความตาย จิตใจเปราะบาง โดยเฉพาะในวัยที่ยังต้องการพ่อ
แต่เด็กหญิงตรงหน้ากลับไม่ใส่ใจเลยว่าจะมีพ่อหรือไม่
“คุณอาถามหนูตั้งหลายข้อ ถึงตาหนูถามบ้างแล้วนะคะ” ลิ่งอี๋รู้สึกว่ามีแต่คุณอาถาม ส่วนเธอเป็นฝ่ายตอบอยู่คนเดียว ช่างเสียเปรียบจริง ๆ เธอหันไปมองเขาแวบหนึ่ง “คุณอาเป็นพ่อของซูเจาหรือเปล่าคะ”
เซิ่งเจิงโจวเลิกคิ้ว “ไม่ใช่”
“แล้วทำไมคุณอาถึงมาเป็นพ่อให้เขาล่ะคะ เขาไม่มีพ่อเหรอ หรือคุณอาชอบเป็นพ่อให้เด็ก ๆ คะ” น้ำเสียงของลิ่งอี๋นุ่มนิ่ม แต่กลับแฝงความเฉียบคม
เซิ่งเจิงโจวไม่ได้คิดจะหลอกเธอ “ฉันยังไม่มีลูก”
“อ๋อ” ลิ่งอี๋พยักหน้าราวกับเข้าใจ แต่แล้วก็ชี้ไปทางไม่ไกล “งั้นคุณอาจะมีลูกกับภรรยาไหมคะ”
เซิ่งเจิงโจวมองตามนิ้วของลิ่งอี๋ไป
ซูจื้อเหยากำลังยืนคุยกับคุณนายหลายคนอยู่ตรงนั้น