หรือบางที เรื่องนี้ก็คงไม่ใช่การคิดบัญชีย้อนหลังแล้ว
ในเมื่อเธอเดินเข้ามาหาเอง เวินซูก็นึกขำ ๆ ว่าสามีที่อยู่กินกับเธอมาตลอด 7 ปีจะทำอะไรกับเธอได้ถึงขั้นไหน
ในสายตาของเซิ่งเจิงโจวกับซูจื้อเหยา
เธอทั้งร้ายกาจและเล่นงานพวกเขาอย่างหนัก
แต่เวินซูไม่สนใจว่าพวกเขาจะมองเธออย่างไร
เซิ่งเจิงโจวขายาว เพียงไม่กี่ก้าวก็เดินทันเวินซู เขามองตรงไปข้างหน้า ยากจะอ่านความคิดออก “ลองคิดดูสิ ตอนนี้คุณอารมณ์ร้อนใช่เล่นเลยนะ”
น้ำเสียงของเขาฟังดูเย็นชาเป็นพิเศษท่ามกลางราตรี
ไม่รู้ว่ามีแววเยาะเย้ยอยู่ด้วยหรือเปล่า
เวินซูไม่ได้มองเขา แต่รู้ว่าเซิ่งเจิงโจวกำลังพูดถึงเรื่องที่เธอเผยต่อหน้าคนอื่นว่าซูจื้อเหยาเป็นว่าที่น้องสะใภ้ แถมยังทำเหมือนไม่แยแสอะไรทั้งนั้น
“ฉันไม่ได้พูดตรง ๆ สักหน่อยว่าพวกคุณสองคนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร้ศีลธรรม แค่นี้ก็ถือว่าฉันทำความดีช่วยปกปิดให้แล้วนะ ทำไมไม่ขอบคุณฉันล่ะ”
เวินซูช่างปากคมเสียจริง
เซิ่งเจิงโจวจึงก้มมองเธอในที่สุด
พอดีกับที่ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าประตู
คนรับใช้เข้ามารับเสื้อคลุมของพวกเขาอย่างนอบน้อม
วันนี้เป็นงานเลี้ยงอาหารค่ำของครอบครัว
คนที่มาร่วมงานมีไม่น้อย
นอกจากประธานอาวุโสเซิ่งกับเซิ่งจือชิงที่อยู่ต่างประเทศ
และเซิ่งเฉาหยางที่ยังไม่ออกมาแล้ว เกือบทุกคนก็มากันครบ
ห้องอาหารของตระกูลเซิ่งกว้างใหญ่ แต่ก็จัดโต๊ะได้ไม่กี่โต๊ะ
พวกเขานั่งโต๊ะหลัก เวินซูไม่ใช่คนที่ต้องคอยเอาใจผู้ใหญ่ในตระกูลเซิ่งเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดเหมือนแต่ก่อนแล้ว ตอนนี้เธอแทบไม่คิดจะเสแสร้งด้วยซ้ำ เพียงทักทายฮูหยินผู้เฒ่าเซิ่งกับคนอื่น ๆ แล้วก็นั่งลง
เฉินเป่าผิงไม่พอใจ เธอเหลือบมองเวินซู “พอจะทำอะไรให้ตัวเองได้ ก็โยนปัญหามาทางพวกเราเลยนะ ซูซู เธอนี่คิดแผนไว้ไม่น้อยเลย”
ในสายตาของเธอ เวินซูจงใจเปิดเผยความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับซูจื้อเหยา ตัดโอกาสดี ๆ ระหว่างซูจื้อเหยากับสามีของเธอ แต่ผู้หญิงอย่างซูจื้อเหยา ลูกชายของเธออย่างเฉาหยางไม่ยอมเอาของมือสองมาเป็นเมียอยู่แล้ว!