ซูจื้อเหยาไม่ได้รู้สึกประหม่าเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ คนหลายคนที่เข้ามาพร้อมเธอต่างเตรียมพร้อมอย่างเคร่งเครียด มีเพียงเธอที่ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อรับหมายเลขแล้ว เธอก็เข้าไปด้านใน
เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ
เดิมทีคิดว่าเวินซูคงอยู่ในห้องรอสอบ
แต่เมื่อมองไล่ไปทีละคน กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเวินซู
ทำให้เธออดสงสัยขึ้นมาไม่ได้
เมื่อครู่พวกเขาเห็นกับตาว่าเวินซูเดินเข้ามาทางนี้จริง ๆ
แต่พอลองคิดอีกที
ด้วยความสามารถของเวินซู การหนีไปก่อนถึงเวลาสอบก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
เวลาคนเราโกรธจัด ๆ ก็อาจตัดสินใจทำอะไรไม่เหมาะสมได้ อย่างเช่นการเลือกเข้าสอบกลุ่มเดียวกับเธอ
ถึงตอนนั้นคะแนนคงถูกประกาศให้ขายหน้าแน่
เข้าใจได้ที่เวินซูไม่อยากได้คะแนนตามหลังเธอ
ซูจื้อเหยาเพียงยิ้มเอื่อย ๆ ให้เรื่องนี้ผ่านไป
แม้ก่อนหน้านี้เธอจะคิดว่าเวินซูแอบสมัครปริญญาเอกโดยไม่บอกใคร แถมยังแย่งตำแหน่งลูกศิษย์ของคณบดีเผย เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้เธอคร้านจะถือสาเวินซูแล้ว
ผู้เข้าสอบแต่ละคนใช้เวลาอยู่ข้างในราวครึ่งชั่วโมง
เมื่อถึงตาซูจื้อเหยา เธอก็ลุกขึ้น
เธอรู้ขั้นตอนอย่างละเอียดอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีจิตใจเข้มแข็ง จึงเดินไปผลักประตูเข้าไปอย่างสงบนิ่ง
ทว่า...
สีหน้าของซูจื้อเหยาชะงักไปอย่างแนบเนียนเมื่อกวาดตามองคนในห้อง
เธอมองเวินซูที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง กำลังนวดต้นคอ ก่อนจะหลุดปากถามด้วยความประหลาดใจว่า “คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
เวินซูนั่งมาเกินสองชั่วโมงจนตัวแข็งไปหมดแล้ว พอหันมาเห็นซูจื้อเหยา สีหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย “ทำไมฉันจะอยู่ที่นี่ไม่ได้?”
ซูจื้อเหยาขมวดคิ้วทันที แล้วหันไปมองเหล่าศาสตราจารย์และอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่าน “พวกเราสอบสัมภาษณ์ทีละคนใช่ไหมคะ? ฉันหวังว่าจะดำเนินการอย่างเป็นกลางและยุติธรรม โดยให้เข้ามาทีละคน ขอเชิญเวินซูออกไปก่อนได้ไหมคะ?”