“คุณรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?” สวี่จือหรานคอแห้งผาก “เหวินรั่ว เพื่อนสนิทที่สุดของลั่วเฉียว หลังลั่วเฉียวตาย เธอก็เป็นคนที่ซ่อนเหวินซูไว้แล้วเลี้ยงดูจนโต”
ตอนนั้นเหวินรั่วประสบเหตุ
แล้วก็หมดสติไป ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย
ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว คิดไม่ถึงว่าเธอจะลุกขึ้นนั่งได้
เหลือเชื่อเกินไปแล้ว
อวี้ซีมองสีหน้าของสวี่จือหรานที่พลันตื่นตระหนกราวกับนกตกใจ
ความรู้สึกไม่ปลอดภัยทำให้หนังศีรษะของเธอชาวาบตามไปด้วย
ไม่ชอบมาพากล
ปฏิกิริยาของสวี่จือหรานบ่งบอกว่าเธอต้องมีเรื่องอะไรกับเหวินรั่วแน่
และเรื่องนั้นก็น่าจะพัวพันกับเหตุการณ์ของลั่วเฉียวในอดีต
สีหน้าอวี้ซีเปลี่ยนไป “คุณทำอะไรลงไป?”
สัญชาตญาณบอกเธอว่า หากไม่หาทางรับมือ เกรงว่าตัวเองคงถูกลากเข้าไปพัวพันด้วย
สวี่จือหรานกลับกัดฟันกรอด “ทำไมเหวินรั่วต้องมาฟื้นเอาตอนนี้ด้วย ทั้งที่ควรนอนอยู่บนเตียงคนไข้ไปตลอดชีวิต ค่อย ๆ หยุดหายใจจนสมองตายไปสิ...”
เธอไม่มีแก่ใจจะตอบคำถามของอวี้ซี
ความรู้สึกที่ไม่อาจควบคุมอะไรได้เลยทำให้เธอลนลาน ใบหน้าอ่อนหวานละมุนละไมแบบสาวเจียงหนานค่อย ๆ ฉายแววอำมหิตขึ้นมา...
อวี้ซีเห็นสีหน้าของสวี่จือหรานเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
จึงหันหลังเดินจากไปทันที
แต่ระหว่างทาง เธอกลับเห็นชายคนหนึ่งเดินมาจากที่ไม่ไกล
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง เพียงปรากฏตัวก็เรียกสายตาจากคุณหนูตระกูลใหญ่ไม่น้อย ส่วนชายหลายคนก็อยากเข้าไปทักทาย
อวี้ซีมองเซิ่งเจิงโจว
สายตาของเธอเผลอติดตามเขาไปอย่างห้ามไม่อยู่ รู้สึกเหมือนทุกอย่างไม่เป็นความจริง
เมื่อเซิ่งเจิงโจวกำลังจะเดินมาถึง อวี้ซีก็อดพูดไม่ได้ “ประธานเซิ่ง พอจะคุยกับฉันสักหน่อยได้ไหมคะ?”