เวินซูไม่ได้รู้จักสถาบันการแพทย์แห่งนี้มากนัก
อย่างที่เผยจืออวี้บอก สถาบันเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ชื่อเสียงและอิทธิพลยังสั่งสมไม่มาก เมื่อเทียบกับฮุ่ยอีแล้ว ทั้งอิทธิพลและประสิทธิภาพด้านการโฆษณาผลิตภัณฑ์ยังห่างกันลิบลับ
ถึงสถาบันแห่งนี้จะยอมลงทุนกับอุปกรณ์อย่างเต็มที่ก็ตาม
แต่เดิมพลังในการประชาสัมพันธ์ในประเทศก็ยังด้อยกว่าอยู่แล้ว
ส่วนฮุ่ยอีที่เซิ่งเจิงโจวช่วยซูจื้อเหยาแย่งมาได้นั้น ถือเป็นทรัพยากรชั้นยอดที่สุดแล้ว
เวินซูกวาดตามองนามบัตรใบนั้น “เขาทำส่ง ๆ จริงด้วย”
ไม่ใช่ว่ามันแย่
เพียงแต่พอเอามาเทียบกันแล้ว ก็ชวนให้รู้สึกน่าเวทนา
“คุณคิดยังไง?” เผยจืออวี้ถาม
เวินซูนั่งลง หยิบนามบัตรขึ้นมาดีดเบา ๆ “ในเมื่ออดีตสามีอยากทำตัวเป็นคนดี ทรัพยากรที่เขามีอยู่ ฉันก็รับไว้สิ ไม่ใช่ว่าฉันต้องพึ่งเขาถึงจะอยู่รอด ฉันต้องการเงิน เงินเยอะ ๆ”
เธอต้องการเงินจำนวนมาก
ผลประโยชน์มากมาย
เธอยังอยากได้อำนาจด้วย
ค่อย ๆ สร้างป้อมปราการของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น จนไม่ต้องหวาดกลัวแรงกดดันจากตระกูลเซิ่งอีก
เพื่อให้ลิ่งอี๋ได้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง
เผยจืออวี้ประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “คุณโตขึ้นแล้วนะ”
สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด ก็คือการชั่งน้ำหนักระหว่างผลดีและผลเสีย
เวินซูเริ่มติดต่ออีกฝ่าย
ตอนนี้เฮ่อจื้อเสียพันธมิตรไปหลายราย หากไม่คว้าโอกาสตรงหน้าไว้ โครงการอาจเสียเปรียบเรื่องเวลา ซึ่งจะส่งผลเสียตามมา เธอจึงต้องคำนึงถึงภาพรวม
สิ่งที่ทำให้เวินซูประหลาดใจคือ สถาบันแห่งนี้ยอมลงทุนจริง ๆ
อีกทั้งยังให้ความสำคัญและชื่นชมอย่างมากกับหุ่นยนต์ผ่าตัดเนื้องอกของเธอ ซึ่งใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาเองตลอดทั้งห่วงโซ่ มีเกราะป้องกันด้านสิทธิบัตรที่แข็งแกร่งที่สุด