เธอช่างเด็ดขาดและคล่องแคล่วเหลือเกิน
ท่าทีราวกับไม่อยากให้เคราะห์ร้ายมาแปดเปื้อนตัว
แต่เซิ่งเจิงโจวกลับไม่ได้โกรธ เพียงพยักหน้าให้กับอวี้ฉิ่งเฉิงเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นคงไม่รบกวนแล้ว”
เขาไม่ได้ต่อปากต่อคำกับเวินซูเรื่องควรไปส่งหรือไม่
เวินซูเองก็รู้ดีว่าวันนี้คนตระกูลอวี้ต้องใช้เวลาทำใจ
หลังจากร่ำลากันแล้ว
เวินซูตัดสินใจกลับไปค้างที่บ้านจงเฮ่อถังสักคืน
ถึงอย่างไรตอนนี้ทุกอย่างก็ชัดเจนแล้ว
เธอไม่จำเป็นต้องจงใจหลบเลี่ยงอีก
บ้านทั้งสองอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่ร้อยเมตร เดินไม่กี่นาทีก็ถึง
ที่จริงเธอก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน
ซูจื้อเหยากับตระกูลซู คราวนี้จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง?
นั่นเป็นการหลอกเหอหว่านอินอย่างโจ่งแจ้ง ป้ายหยกคุ้มภัยปลอมชิ้นนั้นกลายเป็นระเบิดลูกสุดท้าย พวกเธอไม่มีทางล้างข้อกล่าวหาที่จงใจทำลงไปได้
เหอหว่านอินอาจไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการใดเล่นงานซูจื้อเหยา
แต่ซูจื้อเหยาเป็นคนเรียนแพทย์ เหอหว่านอินสามารถตัดอนาคตของซูจื้อเหยาได้ทั้งหมด อย่างไรเสียศีลธรรมและจรรยาบรรณของซูจื้อเหยาก็พังทลายไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ เธอไม่มีทางมีโอกาสกลับมายืนหยัดในวงการได้อีก
เธอทุ่มเทร่ำเรียนมาหลายปี ความฝันด้านการแพทย์คงต้องจบลงเพียงเท่านี้
ส่วนตระกูลอวี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ตระกูลอวี้มีโอกาสสูงที่จะลงมือกับตระกูลซู
ทั้งสองฝ่ายย่อมได้รับความเสียหายอย่างหนัก
เวินซูอดชะลอฝีเท้าไม่ได้ ในเมื่อพวกเธอทำของปลอมได้เหมือนขนาดนั้น ก็แปลว่ารู้ว่าของจริงหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่พวกเธอจะไม่รู้ว่าของจริงอยู่ที่ไหน?
ตั้งแต่เด็ก เพราะที่บ้านทำธุรกิจนี้
เธอจึงเคยเห็นป้ายหยกคุ้มภัยลายมรกตที่หน้าตาคล้ายกันมากมายหลายแบบ จนแทบไม่ได้ใส่ใจ เพราะดูคล้ายกันไปหมด อีกทั้งยังไม่เข้าใจแน่ชัดว่าป้ายของตระกูลอวี้ชิ้นนี้มีรายละเอียดการออกแบบพิเศษตรงไหนบ้าง
