เวินซูเหลือบมองปลาคาร์ปตัวอ้วนพีหลายตัวในบ่อ
พวกมันแหวกว่ายเข้าไปอย่างเริงร่า แทะภาพวาดที่ถูกน้ำพัดจนกระจัดกระจายไปหลายคำ ตอนนี้ต่อให้ลงไปงมขึ้นมาก็คงไร้ประโยชน์แล้ว
คนรับใช้จำต้องรีบไปหยิบภาพวาดขึ้นมา
สวี่จือหรานพุ่งเข้าไปกางภาพวาดที่เปียกโชกออก
แม้จะเคลือบปกป้องเอาไว้แล้ว แต่หมึกก็ยังซึมเพราะแช่น้ำ ทั้งยังขาดไปหลายจุดจนดูไม่ได้ สภาพเช่นนี้ซ่อมแซมได้ยาก แทบไม่มีทางคืนสภาพเดิม
“จะทำยังไงดี ภาพนี้เป็นภาพที่คุณนายผู้เฒ่าห่วงใยที่สุด...” สวี่จือหรานเอ่ยอย่างเสียดาย ใบหน้าหม่นหมอง
สีหน้าซูจื้อเหยาไม่สู้ดีนัก
เธอผลักสวี่จือหรานออก ตั้งใจจะดูด้วยตัวเอง
แต่ในตอนนั้นเอง
“เกิดอะไรขึ้น?”
เหอหว่านอินมาโดยไม่มีใครรู้ตัว
ด้านหลังยังมีคนกลุ่มหนึ่ง เวินซูเห็นอวี้ฉิ่งเฉิงกับเซิ่งเจิงโจวอยู่ในนั้นด้วย
พอซูจื้อเหยาเห็นเหอหว่านอิน ใบหน้าก็ซีดเผือด
เธออยากจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่เหอหว่านอินสังเกตเห็นภาพวาดเสียก่อน สีหน้าเปลี่ยนไปแล้วเร่งฝีเท้าเข้ามา
สวี่จือหรานลุกพรวดขึ้น รีบพูดว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณหนูซูค่ะ เดิมทีฉันตั้งใจจะหาภาพนี้กลับมาให้คุณดีใจ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทำเสียหายโดยไม่ตั้งใจ...”
เธอช่วยปกปิดให้ซูจื้อเหยา
เวินซูมองภาพตรงหน้า
เธอเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ย่อมฟังออกว่าอีกฝ่ายกำลังแก้ตัวกลบเกลื่อน
เหอหว่านอินยื่นมือสั่นเทาหยิบภาพวาดขึ้นมา มันเสียหายไปแล้ว
ซูจื้อเหยารู้สึกได้ว่าท่าไม่ดี เหอหว่านอินเห็นได้ชัดว่าให้ความสำคัญกับภาพนี้มาก เธอไม่คิดว่าจะไปเหยียบตอเข้าอย่างรวดเร็ว หากหนีเอาตัวรอดไปเสียก่อน พอเหอหว่านอินถามคนรับใช้จนรู้ความจริง เธอก็ยิ่งแย่กว่าเดิม
