เวินซูถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
จงเฮ่อถังมองเรื่องนี้ได้ทะลุปรุโปร่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด “ผู้หญิงตระกูลดังมากมายต่างพากันหมายปองผู้ชายอย่างคุณฮั่ว แต่เขากลับยอมให้เด็กคนหนึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนของตัวเอง ยอมรับกับคนภายนอกว่ามีลูกสาวทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน ตอนนี้ยังยอมช่วยคุณแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูลิ่งอี๋ แถมยังเอาการแต่งงานครั้งแรกของตัวเองมาเสี่ยง ทั้งหมดนี้ก็แค่เพราะอยากทำความดีอย่างนั้นหรือ?”
“...”
จงเฮ่อถังหัวเราะหึอย่างมีนัย “ประตูบ้านฮั่วน่ะ เข้าไปง่าย แต่ออกมายาก ถ้าพวกคุณตัดสินใจจะแต่งงานกันแล้ว ก็อย่ามัววุ่นวายอยู่เลย ใช้ชีวิตคู่กันให้ดีเถอะ ยังไงลิ่งอี๋ก็ยอมรับเขาเป็นพ่ออยู่แล้ว”
คำพูดนั้นทำให้เวินซูตอบไม่ออก
เธอหลีกเลี่ยงคำถามเหล่านี้โดยไม่รู้ตัวจริง ๆ
“ก็ไม่เห็นเสียหายอะไร ต่อให้เปิดอกคุยกับตระกูลเซิ่ง อย่างน้อยคุณฮั่วก็เป็นที่พึ่งให้ได้”
จงเฮ่อถังรู้จักฮั่วเยี่ยนดี
เธอคิดว่าฮั่วเยี่ยนเป็นคนสุขุมไม่น้อย
ทั้งยังทุ่มเทให้ลิ่งอี๋อย่างเต็มที่
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
“อย่างน้อยเขาก็ทำในสิ่งที่เซิ่งเจิงโจวทำไม่ได้”
จงเฮ่อถังไม่ได้พูดอะไรต่อ
หลังวางสาย เวินซูก็ปวดหัวขึ้นมาทันที
ชั่วขณะหนึ่งเธอไม่รู้ว่าการเลือกครั้งนี้ถูกหรือผิด หลายครั้งเธอก็ถูกบีบให้ต้องตัดสินใจ
แต่ยังดีที่
เซิ่งเจิงโจวไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใด ๆ ต่อเรื่องที่เธอจะแต่งงานใหม่
แม้จะเป็นท่าทีไร้เยื่อใย แต่อย่างน้อยก็ไม่กระทบกับเป้าหมายที่เธอจะแต่งงานกับฮั่วเยี่ยนเพื่อให้ได้สิทธิ์เลี้ยงดูลิ่งอี๋มา
