เวินซูมองแผ่นหลังของเขาแล้วอดขำด้วยความโมโหไม่ได้ เธอเร่งฝีเท้าตามไปด้วยรองเท้าส้นสูง “เซิ่งเจิงโจว คุณฟังภาษาคนรู้เรื่องไหม?”
เดิมทีวันนี้เธอก็หงุดหงิดอยู่แล้วที่ต้องฝืนยิ้มเออออตามน้ำกับพวกเขา
ท่าทีของเขาตอนนี้ยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดกว่าเดิม
เซิ่งเจิงโจวหยุดเดินช้า ๆ แล้วหันข้างมาถาม “ทำให้คุณเสียแผนอย่างอื่นหรือเปล่า?”
เวินซูคร้านจะเถียงเอาชนะเขา “เราหย่ากันมานานแค่ไหนแล้ว หรือว่าคุณเพิ่งเลิกกับแฟน เลยกลับมามองอดีตภรรยาอย่างฉันแล้วรู้สึกถูกตาขึ้นมา? แสดงละครในงานเลี้ยงยังไม่พออีกเหรอ?”
เธอรู้สึกว่าเขาช่างเข้าใจยาก
ที่งานเลี้ยงเขาคอยดูแลเธอ ก็เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัยมากเกินไป
ตอนนี้ไม่มีใครแล้ว ยังจะมาส่งเธออีก ไม่เห็นจำเป็นเลยสักนิด
เซิ่งเจิงโจวมองเธออย่างเย็นชา ไม่รับคำพูดเรื่อง “แฟนสาว” ของเธอ “อดีตภรรยาอย่างคุณนี่ไม่ได้เรื่องเลยนะ โอกาสจะซ้ำเติมกันแบบนี้ยังไม่รู้จักคว้าไว้”
ฟังดูเหมือนเขากำลังเหน็บแนมว่าเธอ “โง่”
เวินซูกอดอกหัวเราะ แต่ปากก็ยังคมกริบ “แฟนสาวของคุณกำลังตั้งท้องลูกของผู้ชายคนอื่น ตอนนี้คุณมีอารมณ์แบบนี้ฉันเข้าใจได้ แต่ฉันปลอบคุณไม่ได้ และก็ไม่มีหน้าที่ต้องทำด้วย คุณควรไปหาจิตแพทย์ที่คิดค่าปรึกษาชั่วโมงละ 3,000 หยวน”
แม้เธอจะรู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดในคืนนี้เหลือเชื่อจนน่าตกใจ
เรื่องลับ ๆ ของซูจื้อเหยาทำให้เธอทึ่งจนพูดไม่ออก
แถมซูจื้อเหยากับเซิ่งเจิงโจวก็มีปัญหากันถึงขั้นเห็นต่างอย่างรุนแรง งานเลี้ยงคืนนี้ราวกับเป็นงานเลี้ยงแยกทางของทั้งคู่
เธออยากพูดสักคำว่าเวรกรรมย่อมตามสนอง
แต่ถ้าเธอเยาะเย้ยเขา ก็จะดูเหมือนยังตัดใจจากเขาไม่ได้ เธอไม่อยากเปลืองแรงเปลืองคำพูดให้เซิ่งเจิงโจวคิดไปไกลหรอก
