เสียงฝ่ามือฟาดลงไปดังฉาด
แรงจนฝ่ามือของเวินซูชาและสั่นระริก
เธอโกรธจนแทบขาดสติ
ไม่สนอะไรอีกแล้ว
นี่คือชีวิตคนทั้งชีวิต!
วิธีของซูจื้อเหยาไม่ตรงกับอาการ ทั้งยังไม่ยอมให้เธอปฐมพยาบาลฉุกเฉิน แล้วมันต่างอะไรกับการฆ่าคน?
คนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนี้ล้วนอยู่ในแวดวงการแพทย์ แต่เชี่ยวชาญกันคนละสาขา ส่วนใหญ่เป็นศัลยแพทย์กับอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เน้นทำวิจัย ด้านการแพทย์แผนจีนมีอยู่เพียงหยิบมือ
พูดอีกอย่างคือ คนที่รักษาได้ตรงกับอาการมีไม่มาก
มีเพียงเธอที่ใช้หลักการวินิจฉัยแบบแพทย์แผนจีนเพื่อปฐมพยาบาลได้อย่างเร่งด่วนที่สุด
ไม่ใช่พึ่งพาอุปกรณ์
ช่วงเวลาทองสำคัญที่สุด
คนที่เรียนแพทย์ต่างรู้ดี
ซูจื้อเหยาชะงักไป ยกมือแตะแก้มที่เจ็บจนชา ขณะที่คนรอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว แววตาของแต่ละคนยากจะหยั่งถึง
เธอถูกเวินซูตบต่อหน้าคนอื่นอย่างนั้นหรือ?
ต่อหน้าคนเกือบร้อยคนเชียวหรือ?
เธอตกตะลึง
เวินซูกล้าลงมือกับเธอได้อย่างไร?
“ให้เธอลองดูเถอะ”
เซิ่งเจิงโจวก็อยู่ในเหตุการณ์เช่นกัน เขามองสีหน้าโกรธจัดของเวินซูเงียบ ๆ ปกติเธอปากคอเราะร้ายก็จริง แต่เวลาที่โกรธขึ้นมาจริง ๆ นั้นมีไม่บ่อยนัก
ซูจื้อเหยาสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาจากรอบด้าน
มันทำให้เธอละอายใจ แก้มยิ่งร้อนผ่าว
ความโกรธขุ่นแค้นสุมอยู่ในอก เธอมองเวินซูอย่างไม่ยินยอม ก่อนหลีกทางให้อย่างประชดประชัน
เธออยากรู้นักว่าเวินซูจะเสแสร้งอะไรอีก!
ตอนแรกเมื่อได้ยินว่าเหอหว่านอินหมดสติ เธอตกใจจริง ๆ แต่พอนึกถึงกระแสข่าวด้านลบของตัวเองในช่วงนี้ และความจำเป็นที่จะต้องสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับตระกูลอวี้ เธอก็รีบรุดเข้ามาโดยไม่ลังเล