เซิ่งเจิงโจวไม่ได้ตอบ
เขาเอียงหน้าไปมองนอกหน้าต่าง
หิมะเริ่มโปรยลงมาอีกแล้ว
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงตอบเสียงเรียบว่า “ผมรู้แล้ว”
วางสาย
เขาหันหลังขึ้นชั้นบน ผลักประตูห้องหนังสือที่ล็อกด้วยรหัสเข้าไป ชั้นหนังสือแน่นขนัดไปด้วยหนังสือทั้งในและต่างประเทศ หนังสือต้นฉบับที่เลิกพิมพ์ไปแล้วก็มีอยู่ไม่น้อย ส่วนใหญ่เขาอ่านไปหมดแล้ว
เซิ่งเจิงโจวเดินไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน
แล้วเปิดลิ้นชักข้างมือ
ข้างในมีรูปถ่ายที่ถูกไฟเผาไปแล้วไม่รู้กี่ใบ แทบทุกใบไหม้จนขาดวิ่น รอยเขม่าดำจากไฟเห็นได้ชัดเจน
ทั้งที่เป็นรูปของคนสองคนแท้ ๆ
กลับเสียหายจนไม่เหลือชิ้นดี
รูปที่อยู่บนสุดขาดไปครึ่งหนึ่ง
เวินซูสวมชุดแต่งงาน รอยยิ้มหวานสดใส
เซิ่งเจิงโจวนั่งอยู่บนเก้าอี้ ก้มมองรูปอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง ปลายนิ้วลูบไล้เบา ๆ ก่อนจะปิดลิ้นชักลงอีกครั้ง
-
สองวันนี้เวินซูแทบไม่มีเวลาได้พักจริง ๆ
โทรศัพท์ดังแทบตลอดเวลา
หลังจากเรื่องวุ่นวายในงานแต่งของเธอกับฮั่วเยี่ยน ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับตระกูลอวี้ก็ถูกเปิดเผยอย่างหมดเปลือก อีกทั้งความสำเร็จอันน่าทึ่งที่เธอทำได้ก็เป็นที่กล่าวขวัญ มีคนโทรมาแสดงความยินดีไม่น้อย
ส่วนใหญ่แค่อยากทำความรู้จักและผูกมิตรกับเธอ
เธอรับมือจนเหนื่อยแทบหมดแรง
ในเวลาเดียวกัน
เหอหว่านอินไปพบลิ่งอี๋แล้ว
ลิ่งอี๋ก็รู้แล้วว่าตัวเองกลายเป็นเหลนสาวของตระกูลอวี้ แต่กลับยอมรับเรื่องนี้ได้ดีกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก
อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา
ลิ่งอี๋ตัวน้อยรู้มาตลอดว่าพ่อของเธอเป็นคนอื่น การเปลี่ยนครอบครัวจึงไม่ได้ทำให้เธอต่อต้านมากนัก
มาถึงตอนนี้