เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันดึงดูดสายตาของผู้คนไม่น้อยในห้องโถง
เหอหว่านอินทำท่าเชื้อเชิญเป็นสัญญาณให้เขาตามสบาย
เซิ่งเจิงโจวจึงก้มมองหมายเลขแปลกหน้าที่ปรากฏบนหน้าจอ
“เจิงโจว ใครโทรมาหรือ” ซูจื้อเหยาถามด้วยอารมณ์ดี มือข้างหนึ่งยังกดสำลีไว้บนแขน
มีเพียงไป๋เหมยที่ยืนอยู่ข้างเธอเท่านั้นที่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างแนบเนียน
จากนั้นก็เดินหายไปเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง
โทรศัพท์ของเธอสั่นขึ้นเช่นกัน เธอหยิบออกมาดูข้อความบนหน้าจออย่างเงียบเชียบ
แววลำพองใจวูบผ่านใบหน้า
เซิ่งเจิงโจวพยักหน้าเล็กน้อย
ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกไปพลางรับสาย “ใครครับ”
“ผมเอง”
เสียงของฮั่วเยี่ยนดังมาตามสาย
ฝีเท้าของเซิ่งเจิงโจวชะงักไปเพียงชั่วขณะอย่างยากจะสังเกต ก่อนจะเดินต่ออย่างมั่นคง “คุณฮั่ว มีเรื่องอะไรหรือครับ”
ฮั่วเยี่ยนไม่พูดอ้อมค้อม น้ำเสียงทุ้มลึกแฝงแรงกดดัน ทั้งยังละทิ้งคำทักทายตามมารยาทที่เคยใช้เป็นประจำ “เวินซูหายตัวไปแล้ว”
ถ้อยคำสั้น ๆ
ดวงตาดำของเซิ่งเจิงโจวพลันเงยขึ้น
แววคมกริบราวคมมีดปรากฏในดวงตาคู่นั้น “เล่ารายละเอียดมา”
“วันนี้ผมนัดกับเวินซูว่าจะไปสั่งทำแหวนแต่งงาน” เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ “แต่เมื่อชั่วโมงก่อน ผมติดต่อเธอไม่ได้ โทรศัพท์ก็ปิดเครื่อง แล้วผมยังได้รับข้อความข่มขู่เรียกค่าไถ่ด้วย”
“บอกว่าเวินซูถูกลักพาตัว คนร้ายรู้ว่าตอนนี้เธอกับผมมีความสัมพันธ์กัน และกำลังจะเป็นคุณนายฮั่ว เลยจะใช้เธอแลกเงินค่าไถ่ ต้องจ่าย 8 ล้านภายใน 2 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นพอครบ 24 ชั่วโมงก็จะฆ่าตัวประกัน อีกฝ่ายบอกว่าถ้าแจ้งตำรวจจะลงมือทันที”
