ซูจื้อเหยาสะดุ้งวูบในใจ นิ้วมือกำแน่น เธอไม่คิดเลยว่าคนที่ออกมาตำหนิเธอจะเป็นเผยจืออวี้
ทั้งที่เรื่องข้อมูลนี้ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเผยจืออวี้แท้ ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เฟย์ยังลึกลับเสียจนไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณชน เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะมีใครล่วงรู้ได้
“ประธานเผย ฉันไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงใส่ร้ายฉันแบบนี้ แต่การทำอะไรต้องมีหลักฐานนะคะ คุณทำแบบนี้ฉันลำบากใจ ตอนนี้ฉันทำงานให้ฉางหลง ฉันไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของฉางหลงกับตระกูลเซิ่งต้องมัวหมองเพราะเรื่องนี้” เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ สีหน้าดูคล้ายกำลังเสียใจอย่างยิ่ง
มุมปากของเวินซูยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน
ถ้าไม่รู้เรื่องมาก่อน คงนึกว่าพวกเขารังแกเธออยู่
มิน่าล่ะ ช่วงก่อนซูจื้อเหยาถึงได้วางท่าหยิ่งผยองมาเจรจายกเลิกสัญญา ทั้งยังเลิกใช้ฐานข้อมูล ที่แท้ก็วางแผนแย่งชิงมาตั้งแต่แรกแล้ว
ได้ทั้งชื่อเสียงเกียรติยศ แถมยังประหยัดค่าลิขสิทธิ์ก้อนโต
ช่างวางแผนได้แยบยลจริง ๆ!
ตอนนี้ยังลากฉางหลงกับตระกูลเซิ่งเข้ามาเกี่ยวด้วย ก็แค่คิดจะอาศัยอำนาจของพวกเขามากดดันอีกฝ่ายเท่านั้น
“ถ้ามีหลักฐานล่ะ?” เวินซูถามกลับอย่างสงบนิ่ง
เซิ่งเจิงโจวหันมามองเธอทันที แววตายากจะหยั่งถึง
ซูจื้อเหยานึกเยาะหยันอยู่ในใจ ท่าทีสุภาพที่มีต่อเผยจืออวี้พลันหายไปเมื่อพูดกับเวินซู “เมื่อกี้ฉันยังสงสัยอยู่เลย ตอนนี้คงเข้าใจแล้วว่าทำไมประธานเผยถึงพูดแบบนั้น ที่แท้ก็มีคนยุยงนี่เอง ฉันลำบากใจจริง ๆ ค่ะ”
ส่วนหลักฐานน่ะหรือ?
จะมีหลักฐานอะไรได้?
ข้อมูลสำคัญหลายอย่างในฐานข้อมูล เฟย์ก็ไม่ได้จดสิทธิบัตรไว้
แม้แต่ตัวเฟย์เองยังไม่ออกมา ต่อให้คนอื่นพยายามแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์
พอซูจื้อเหยาพูดจบ
ลู่เฟ่ยก้าวฉับ ๆ เข้ามา คิ้วขมวดแน่น “เวินซู พอได้แล้ว ต่อให้คุณอิจฉาความสำเร็จที่จื้อเหยาได้รับในวันนี้ ก็ใช่ว่าจะพูดจาเหลวไหลได้”
ในสายตาของเขา เวินซูกำลังเสียสติไปแล้ว!
เห็นชัด ๆ ว่าความริษยาทำให้เธอหน้ามืดตามัว กลัวว่าตระกูลเซิ่งจะเห็นคุณค่าในความสามารถและเกียรติยศของซูจื้อเหยา จึงตั้งใจหาเรื่องกัดไม่ปล่อย ทำลายเรื่องดี ๆ ของซูจื้อเหยา!