“อย่ามาแตะต้องฉัน” เวินซูกวาดตามองรอบด้านอย่างเย็นชา
มือที่ฮั่วเยี่ยนยื่นไปหาเวินซูถูกเธอหลบเลี่ยง
เขามองเธอ ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง
กงซวี่ยังคงรักษารอยยิ้มฉาบหน้าไว้ ก้าวฉับ ๆ ขึ้นเวที “ขอโทษทุกท่านด้วยค่ะ เสี่ยวซูคงประหม่า เลยทักทายทุกคนล่วงหน้าไปหน่อย”
เธอเดินมาหยุดตรงหน้าเวินซู
แล้วลดเสียงลง “เสี่ยวซู ถ้าไม่พอใจเรื่องไหน เราคุยกันเป็นการส่วนตัวได้นะ เห็นแก่หน้าอาสักครั้งเถอะ อย่างน้อยก็คิดถึงอาเยี่ยนบ้าง เขาไม่เคยทำอะไรผิดต่อเธอ ตอนนั้นเขาช่วยเธอ...”
“หึ” เวินซูหัวเราะเบา ๆ
เธอหันไปมอง “ก็ประโยคเดิมอีกแล้วนะคะ คุณกง ฉันอดทนกับเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว ต่อให้เป็นหนี้เลวร้ายแค่ไหนก็ควรชำระให้จบเสียที”
สีหน้ากงซวี่เปลี่ยนไป
เวินซูเดินผ่านเธอ ชุดเจ้าสาวสีขาวโดดเด่นสะดุดตา ทำให้สื่อและผู้ชมทั้งหลายจับจ้องเธอ ผู้เป็นเจ้าสาวได้อย่างแม่นยำ
ในชั่วขณะที่พร่าเลือน
เธอสบเข้ากับดวงตาสีดำลึกล้ำคู่หนึ่งท่ามกลางฝูงชน
เวินซูกัดฟัน ก่อนเบือนสายตาหนี
เธอเผชิญหน้ากับสายตานับไม่ถ้วนในงานใหญ่เช่นนี้ แล้วเอ่ยทีละคำ “ทุกคนคงอยากเห็นเรื่องสนุกกันใช่ไหมคะ งั้นฉันจะพูดให้ชัดเลยว่า ฉันไม่มีวันแต่งเข้าครอบครัวที่น่าขยะแขยงแบบนี้ ที่วันนี้ยังยืนอยู่ตรงนี้ ก็เพราะอยากประกาศตัดขาดกับตระกูลฮั่วต่อหน้าทุกคนอย่างเป็นทางการ!”
น้ำเสียงของเวินซูเย็นเยียบ
สื่อมวลชนราวกับได้กลิ่นเหยื่อ พากันกรูเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
“เวินซู!” กงซวี่เดาออกทันทีว่าเวินซูรู้ทุกอย่างแล้ว สีหน้าอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา
แต่เวินซูกลับยิ้ม เป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “ส่วนตระกูลฮั่วที่ทุกคนคิดว่าสูงส่งงดงาม กลับคิดจะข้ามหัวฉันที่เป็นแม่แท้ ๆ เอาลูกสาววัยเยาว์ของฉันไปขายให้ตระกูลเซิ่ง ทำเรื่องต่ำช้าแบบนั้น วันนี้ฉันอยากขอให้ทุกคนเป็นพยาน หากตระกูลฮั่วข้ามขั้นตอนตามกฎหมาย ใช้วิธีลับ ๆ ช่วยตระกูลเซิ่งแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูลูก ฉันก็จะยื่นฟ้องอย่างเป็นทางการ เพื่อดูว่าความยุติธรรมยังมีอยู่หรือไม่!”