เวินซูไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ
ยิ่งไม่คิดว่าจะได้ยินเรื่องแบบนี้จากปากอดีตสามี
แถมฟังดูคล้ายจะมีนัยเยาะเย้ยอยู่ราง ๆ
เขาไม่ได้คิดเลยสักนิดว่าการชี้ให้เห็นแผนการของฮั่วเยี่ยนจะเป็นการยกย่องฮั่วเยี่ยน กลับเป็นการ...ดูแคลนอย่างแท้จริง
จู่ ๆ เวินซูก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเล็กน้อย
นี่เป็นเรื่องระหว่างเธอกับฮั่วเยี่ยน แต่กลับถูกเซิ่งเจิงโจวซึ่งเป็นคนนอกวิจารณ์เสียยกใหญ่ เธอย่อมไม่พอใจ
“ฉันกับเขาไม่ได้ขาดพิธีนี้สักหน่อย ไม่ต้องให้คุณมาห่วง”
พูดจบเวินซูก็หันหลังเดินจากไป
เธอรู้ว่าวันนี้คงลองหยั่งเชิงอะไรจากเซิ่งเจิงโจวไม่ได้แล้ว
แต่แววสงสัยก็ยังวูบผ่านดวงตาของเวินซู
ไม่ว่าจะอย่างไร...
เธอคิดว่าจำเป็นต้องเร่งเรื่องแต่งงานกับฮั่วเยี่ยนให้เร็วขึ้น
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงจะมั่นใจได้ว่าไม่มีอะไรผิดพลาด
ประตูเปิดออกแล้วปิดลงอีกครั้ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เซิ่งเจิงโจวจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
สายตาทอดมองไปทางประตู
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องผู้ป่วยเข้มข้น เขาเกลียดกลิ่นนี้ ร่างกายต่อต้านมันโดยสัญชาตญาณ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เวินซูใช้แต่น้ำหอมกลิ่นเดียว กลิ่นส้มอ่อน ๆ จางละมุน
กลิ่นนั้นช่วยกลบกลิ่นน่ารังเกียจในห้องผู้ป่วยไปได้บ้าง
เขามองอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะขมวดคิ้ว
ทั่วทั้งร่างปวดไปหมด
เมื่อฤทธิ์ยาชาหมดลง ระบบประสาทตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับกำลังจะพังทลาย ความไม่สบายตัวรุนแรงเหลือเกิน
แต่สีหน้าของเขายังคงไร้อารมณ์
ผ่านไปนานทีเดียว
ลู่เฟ่ยเห็นเวินซูเดินออกไปแล้วจึงกลับเข้ามาอีกครั้ง
เซิ่งเจิงโจวเหลือบมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ “โทรหาผู้ช่วยของฉัน ปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่โรงแรมตากอากาศวันนี้ออกไปให้หมด ตระกูลเซิ่งต้องไม่รู้เด็ดขาดว่าฉันช่วยลิ่งอี๋ไว้”
