ฤทธิ์ยาชายังไม่หมด
เธอถูกเข็นเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย
ลู่เฟ่ยเองก็ยังอกสั่นขวัญแขวนกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาเดินตามเวินซูมาตลอดทาง “ผมนึกว่าคุณจะไม่มาเยี่ยมพี่โจวเสียอีก อาการพี่โจวไม่ดีเลย เขาเอาตัวเองเป็นเบาะรองรับ แถมยังมีน้ำหนักของคนเพิ่มเข้ามา ต่อให้ความสูงตอนตกจะลดลงไปมากแล้ว ก็ยังทำให้บาดเจ็บหนักขึ้นอยู่ดี”
เขาคอยสังเกตสีหน้าของเวินซู
เวินซูนั่งอยู่หน้าเตียงคนไข้ เฝ้ามองเซิ่งเจิงโจวที่ยังไม่ได้สติอย่างเงียบงัน
ไม่พูดอะไร
ลู่เฟ่ยไม่คิดว่าการถูกเมินจะทำให้ตัวเองกระอักกระอ่วน เขาทรุดนั่งบนโซฟาด้านหลังเธอ แล้วพูดต่อ “กระดูกน่องหัก ต้องพักฟื้นสักสองสามเดือน สมองกระทบกระเทือนเล็กน้อย หลังมีแผลฟกช้ำของเนื้อเยื่ออ่อนเป็นบริเวณกว้าง แถมยังมีรอยถลอกเต็มตัว หมอบอกว่าพี่โจวเลือดแข็งตัวไม่ดี โชคดีที่ทางลิ่งอี๋มีพลาสมาเหลือจากการให้เลือด เลยเอามาใช้ต่อทางนี้ได้”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้
เปลือกตาของเวินซูจึงขยับเล็กน้อย
พลาสมา 1,600 ซีซีถือว่าเยอะจริง ๆ เธอรู้เรื่องภาวะเลือดแข็งตัวของเซิ่งเจิงโจวเพียงผิวเผิน เขาไม่เคยเล่าให้ฟัง อีกทั้งหากไม่มีเหตุการณ์เฉพาะหน้า เธอก็ไม่มีทางรู้ได้
มีเพียงครั้งเดียว
ตอนเด็ก ๆ ที่เธอช่วยเซิ่งเจิงโจวไว้
เธอคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะวิธีปฐมพยาบาลของตัวเองไม่ดี เขาถึงได้เลือดไหลไม่หยุด
อีกครั้งก็คือตอนเซิ่งเจิงโจวได้รับบาดเจ็บเมื่อปีก่อน เธอเห็นว่าแผลของเขาหายช้ามาก ตอนนั้นไม่ได้คิดให้ลึกซึ้ง มาตอนนี้ถึงได้เข้าใจ
