เอวคอด ขายาว เดินไปตามถนนจนใคร ๆ อดหันกลับมามองไม่ได้... เด็กสาวที่วิ่งเข้ามาคนนี้มีครบทุกอย่าง
ดวงตาของนักศึกษาแพทย์ชายหลายคนแทบถลนออกมา
ตอนนี้ในหัวของเสิ่นรั่วมีความคิดเดียว
ห้ามขาดงาน ห้ามขาดงานเด็ดขาด
ถ้าวันแรกที่ทะลุเข้ามาในนิยาย เธอก็ถูกบันทึกว่าขาดงาน แล้วเธอจะอยู่ในเรื่องนี้ต่อไปได้ยังไง?
เธอวิ่งเร็วเกินไปจนไม่ได้มองทาง เอาแต่ก้มหน้าพุ่งไปข้างหน้า
ประตูห้องตรวจข้าง ๆ พลันเปิดออก
มีคนเดินออกมาจากด้านใน
เสิ่นรั่วเบรกไม่ทัน
เธอชนเข้ากับเขาเต็ม ๆ
“โครม!”
ฉีเหวินเซินรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มที่กระแทกเข้ากับอก
สัมผัสนั้นเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งนุ่มและเด้งหยุ่น
แรงกระแทกทำให้เขาเซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนแผ่นหลังจะชนเข้ากับกรอบประตูห้องตรวจ
“ซี๊ด...”
ส่วนเสิ่นรั่วรู้สึกราวกับชนเข้ากับกำแพง กำแพงที่แข็งโป๊ก แถมยังมีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ
ที่แย่ที่สุดคือหน้าอกของเธอถูกบีบอัดอย่างแรงตอนชน ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นขยำเข้าเต็มแรง
“อ๊ะ...”
เจ็บ
เจ็บเหลือเกิน
เสิ่นรั่วเจ็บจนน้ำตาไหลออกมา
เธอกุมหน้าอกแล้วก้มตัวลง น้ำตาคลอเบ้า ร่างทั้งร่างขดงอเป็นก้อน
ชั่วขณะนั้น เธอถึงกับสงสัยว่าหน้าอกตัวเองแตกไปแล้วหรือเปล่า
ก้มลงมองดู โชคดีที่กระดุมยังอยู่ครบ แต่ผิวบริเวณนั้นเริ่มแดงเป็นปื้นแล้ว
ฉีเหวินเซินไม่คิดว่าจะมีใครชนเขา
ยิ่งไม่คิดว่าคนที่ชนเขาจะเป็นเสิ่นรั่ว เด็กสาวที่มาอาศัยอยู่บ้านเขา
เขาก้มมองเด็กสาวที่นั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้า เธอสวมชุดกระโปรงสีขาว ผมยุ่งเหยิงจากการวิ่ง ดวงตาแดงก่ำ มีน้ำตาคลออยู่เต็มเบ้า คล้ายจะหยดแต่ก็ยังไม่หยด ปลายจมูกก็แดงไปด้วย
ดูท่าทางเจ็บปวดมาก
ฉีเหวินเซินขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เป็นยังไงบ้าง?”
เสิ่นรั่วค่อย ๆ ฟื้นตัว
ความเจ็บปวดแสนสาหัสค่อย ๆ บรรเทาลง แทนที่ด้วยความโกรธ
เธอเตรียมจะด่าให้ยับ “เดินยังไงไม่ดูตาม้าตาเรือวะ...”
แต่แล้วเธอก็สบเข้ากับใบหน้าของฉีเหวินเซิน
“!!”
คำหยาบของเสิ่นรั่วติดอยู่ในลำคอ
ฉีเหวินเซิน
พระเอกในนิยายที่ใจโหดมืออำมหิต แค้นฝังใจ และทรมานร่างเดิมจนแทบตาย
ตอนนี้เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ สวมเสื้อกาวน์ ปลดกระดุมคอไว้สองเม็ด เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าเล็กน้อย
กำลังมองลงมาที่เธอจากเบื้องบน
ความโกรธของเสิ่นรั่วดับวูบลงทันที
ในใจมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา... จบเห่แล้ว
เธออ้าปาก เสียงเปลี่ยนเป็นโหมดน้อยใจโดยอัตโนมัติ “ทำไมจู่ ๆ ถึงเดินออกมาล่ะ...”
เสียงท้ายประโยคทอดยาว เจือความงอนเล็ก ๆ และคำกล่าวหาอย่างไร้เดียงสา
ความหมายแฝงในคำพูดคือ เป็นความผิดของคุณ คุณเดินออกมาไม่ดูตาม้าตาเรือเอง คุณชนฉันจนเจ็บ ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ
ฉีเหวินเซินมองเธอ
เด็กสาวยังตาแดงก่ำ ดูราวกับสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ถูกแกล้งจนย่ำแย่
สายตาของฉีเหวินเซินหยุดอยู่ที่หน้าอกของเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนออกไป
“ขอโทษ”
น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย แต่เขาขอโทษจริง ๆ
หา?
เสิ่นรั่วชะงักงัน
ฉีเหวินเซิน?
ขอโทษ?
คุณหมอผู้เย็นชาไร้หัวใจ ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครในนิยายคนนั้นน่ะหรือ?
ขอโทษเธอ?
เธอเกือบคิดไปแล้วว่าตัวเองหูฝาด
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ”
เสิ่นรั่วยิ้มฝืน ๆ มุมปากกระตุก “ขอโทษค่ะ ฉันวิ่งเร็วเกินไป”
พูดจบเธอก็เสียใจทันที
จะขอโทษบ้าบออะไรล่ะ?
หน้าอกเธอยังเจ็บอยู่เลยนะ
หน้าอกผู้ชายคนนี้ทำจากแผ่นเหล็กหรือไง?
แข็งชะมัด
แต่เธอไม่กล้าพูดออกไป
ฉีเหวินเซินมองใบหน้าที่ฝืนยิ้ม ริมฝีปากคล้ายจะขยับเล็กน้อย
“ไปทำงานเถอะ”
เขาเบี่ยงตัวเปิดทางให้ เสิ่นรั่วราวกับได้รับการปลดปล่อย รีบกุมหน้าอกแล้วเดินกะเผลกไปทางเคาน์เตอร์พยาบาล
“เสิ่นรั่ว”
หัวหน้าพยาบาลหลินเรียกชื่ออีกครั้ง
เสิ่นรั่วสะดุ้ง เธอยืดตัวตรง “มาค่ะ”
หัวหน้าพยาบาลหลินขมวดคิ้วมองเสิ่นรั่ว สายตาหยุดอยู่ที่รองเท้าส้นสูงแปดเซนติเมตรบนเท้าของเธอ คิ้วขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
“คราวหน้ามาให้ตรงเวลา อย่ามาเฉียดฉิวแบบนี้”
“ค่ะ ๆ รับรองค่ะ”
เสิ่นรั่วพยักหน้าหงึก ๆ จนหัวแทบเหมือนไก่จิกข้าว
หัวหน้าพยาบาลหลินส่งเสียงฮึ แล้วทำเครื่องหมายถูกลงในตารางลงเวลา ก่อนจะมองไปยังด้านหลังเธอ
“คุณหมอฉี ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?”
เสิ่นรั่วตัวแข็งทื่อ
ไม่รู้ว่าฉีเหวินเซินตามมาอยู่ตั้งแต่เมื่อไร เขายืนห่างจากด้านหลังเธอไปเพียงครึ่งก้าว
เธอถึงกับได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ จากตัวเขา ผสมกับกลิ่นเย็นสดชื่นของสะระแหน่เล็กน้อย
“ไม่เป็นไรครับ”
เสียงของเขาดังมาจากเหนือศีรษะ เสิ่นรั่วรู้สึกว่าขนอ่อนตรงต้นคอลุกชันไปหมด
“พยาบาลเสิ่น คราวหน้าก็มองทางด้วย อย่าซุ่มซ่ามแบบนี้”
“ค่ะ”
เสิ่นรั่วก้มหน้า อยากหารูแทรกแผ่นดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด
เธอรู้สึกได้ว่าสายตาของฉีเหวินเซินหยุดอยู่บนศีรษะเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนออกไป
เขาเดินผ่านเธอไปทางห้องทำงานแพทย์ ชายเสื้อกาวน์ปัดโดนแขนของเธอ เย็นเฉียบ
“แยกย้าย กลับไปประจำหน้าที่ได้แล้ว”
เมื่อหัวหน้าพยาบาลหลินออกคำสั่ง เหล่าพยาบาลก็แยกย้ายกันไปทันที
เสิ่นรั่วหาตู้เก็บของของตัวเอง เจอชุดพยาบาลแล้วนำออกมาเปลี่ยน
ระหว่างเปลี่ยนชุด เธอมองกระจกไปด้วย แล้วพบว่าหน้าอกแดงเป็นปื้นจริง ๆ แค่แตะเบา ๆ ก็ยังเจ็บแปลบ ๆ
“โรคจิต”
เธอด่าร่างเดิม
หุ่นบ้าอะไรเนี่ย วิ่งก็เด้งจนเจ็บ ชนทีเดียวเจ็บหนักกว่าเดิมอีก
ร่างเดิมของเธอถึงจะหน้าอกแบน แต่ก็ยังใช้ชีวิตได้คล่องตัว อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัวว่าหน้าอกจะออกไปก่อนตัวเวลาเดิน
เปลี่ยนชุดพยาบาลเสร็จ เสิ่นรั่วจัดชุดให้เรียบร้อยหน้ากระจก
ชุดพยาบาลสีขาวแนบอยู่บนตัวเธอจนดูพองตึง กระดุมติดจนถึงเม็ดบนสุด เผยให้เห็นลำคอขาวผ่องช่วงหนึ่ง
“ทำไมถึงให้ความรู้สึกเหมือนชุดยั่วใจขนาดนี้นะ?”
เสิ่นรั่วถอนหายใจ รวบผมเก็บไว้ในหมวกพยาบาล เผยใบหน้าเล็ก ๆ ที่ดูสะอาดหมดจด
เธอเดินออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ตั้งใจจะไปหาอาจารย์พี่เลี้ยง แต่กลับถูกใครคนหนึ่งขวางไว้ตรงทางเดิน
“เสิ่นรั่ว?”
เป็นคุณหมอหนุ่มคนหนึ่ง เขาสวมแว่นกรอบทอง ยิ้มอย่างสุภาพอ่อนโยน
เสิ่นรั่วชะงักไปครู่หนึ่ง ความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมา
โจวเคอ คุณหมอแผนกโรคหัวใจ หนึ่งในคนที่ตามจีบร่างเดิม
“คุณหมอโจว”
เธอทักทายอย่างสุภาพ
สายตาของโจวเคอกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มยิ่งลึกขึ้น “วันนี้เกือบแย่แล้วนะ เกือบได้ขาดงานเชียว”
“ค่ะ”
“คืนนี้ว่างไหม ไปกินข้าวด้วยกันหรือเปล่า?”
เสิ่นรั่วกำลังจะปฏิเสธ จู่ ๆ ก็มีเสียงเย็นชาดังมาจากด้านหลัง
“คุณหมอโจว คนไข้เตียงสามตามหาคุณอยู่”
ฉีเหวินเซิน
ไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ตรงหัวมุมทางเดินตั้งแต่เมื่อไร ในมือถือแฟ้มประวัติคนไข้ สายตาจับอยู่ที่โจวเคอ เย็นชาไร้ความรู้สึก
รอยยิ้มบนใบหน้าของโจวเคอแข็งค้างไปชั่วขณะ
“ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
เขามองเสิ่นรั่วแล้วพูดเสียงเบาว่า “เลิกงานแล้วผมมาหานะ”
จากนั้นก็รีบเดินจากไป
เสิ่นรั่วยืนนิ่งอยู่กับที่ รู้สึกหนาววาบที่แผ่นหลังขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เธอแอบเหลือบมองฉีเหวินเซิน พบว่าเขากำลังมองเธออยู่ แววตาลึกล้ำจนมองไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร
“พยาบาลเสิ่น”
“อยู่ค่ะ”
“ไปเปลี่ยนยา”
เขายัดแฟ้มประวัติคนไข้ใส่มือเธอ แล้วหันหลังเดินจากไป
เสิ่นรั่วก้มมองแฟ้มในมือ แล้วมองแผ่นหลังของเขา สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
เธอไม่ใช่พยาบาลแผนกของเขาสักหน่อย มีสิทธิ์อะไรมาสั่งเธอ?
สุดท้ายเสิ่นรั่วก็ยังยอมไปแต่โดยดี
กล้าโยนแฟ้มคืนให้เขาหรือไง?
เธอไม่กล้าหรอก
