เยียนจวีจากไปแล้ว เขาตกลงให้เยี่ยวั่นวั่นอยู่ในยอดเขาศิษย์เพื่อพักรักษาตัว ทว่าเมื่อหันหลังกลับก็ยังนำเรื่องนี้ไปบอกเผยเสวียน
เผยเสวียนได้ฟังแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ฟังนางเถิด”
เยียนจวีร้อนใจ “ศิษย์พี่ ท่านไม่ห้ามนางหรือ”
เผยเสวียนฉงน “เหตุใดต้องห้าม”
“นางทำเช่นนี้ก็เท่ากับดึงเป้าโจมตีทั้งหมดมารวมไว้ที่ตัวเอง อันตรายยิ่งนัก”
เผยเสวียนพยักหน้ารับ กล่าวยิ้มบาง “ข้ารู้ แต่นี่คือการเลือกของนาง ข้าเคารพการตัดสินใจนี้ และ” เผยเสวียนมีสีหน้าสงบนิ่ง “นางก็บอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าครั้งนี้มีพวกเราอยู่”
“เช่นนั้น สำนักเทียนอีก็อย่าได้ทำให้นางผิดหวัง”
เยียนจวีขมวดคิ้วแน่น “ถ้าเช่นนั้น……”
เผยเสวียนลุกขึ้นยืน มองไปยังพายุหิมะที่กระหน่ำอยู่เบื้องหน้าอย่างเฉยเมย “ถามหลิ่วมิ่งหลานหน่อยเถิด สำนักอวี้เต้าลักพาตัวศิษย์สำนักเรา สำนักเทียนอีเราควรตอบโต้อย่างไร”
เยียนจวี “……”
ถามศิษย์พี่หกไปเช่นนี้ แล้วจะให้ทำอะไรได้อีกเล่า!
นี่มันคำตอบที่กระจ่างแจ้งอยู่แล้วไม่ใช่หรือ!!
ภายในค่ายกลสื่อจิต
หลิ่วมิ่งหลานคำรามลั่น “ข้าจะไปล้มสำนักอวี้เต้าเดี๋ยวนี้ พวกเจ้ารอข้าก่อน!”
หลี่หมิงเต๋อเอ่ยปาก “เดี๋ยวก่อน……”
หลิ่วมิ่งหลานเดือดดาล “ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ท่านยังจะหยุดข้าอีกหรือ ผู้อื่นรังแกมาถึงหัวเราแล้ว ยังคิดจะจับศิษย์ของเราไปอีก ท่านจะทนต่อไปหรือ”
“สำนักเรามีต้นกล้าอยู่กี่ต้นกัน ต้นหนึ่งๆ ก็ล้ำค่ายิ่งกว่าบรรพชนของพวกมันเสียอีก พวกมันยังกล้าลงมือ! นี่มันรังแกกันเกินไปแล้วว่าเราหมดผู้ใหญ่ให้พึ่งพิงแล้ว!”
ลั่วชิงเฟิงศิษย์พี่รอง “หมดผู้ใหญ่แล้วจริงๆ”