คำพูดกะทันหันของซูว่านเฉวียนทำให้บรรยากาศเงียบสงัดไปชั่วขณะ
ซูไห่เทียนรักลูกสาวหมดใจ เอ่ยอย่างร้อนรนว่า "คุณพ่อ ในเมืองเรามีคนหนุ่มดี ๆ ไม่น้อยเลยนะครับ ทำไมต้องให้หรูเสวี่ยแต่งงานกับไอ้หนุ่มห้าวนี่ด้วย!"
อู๋ฟางแม้ไม่ได้เอ่ยปาก แต่ก็เต็มไปด้วยสีหน้าไม่เต็มใจ
ส่วนหลินเฟิงได้ฟังก็เลิกคิ้วขึ้น
คนหนุ่มดี ๆ งั้นรึ จะมาเทียบกับเขาได้ยังไง?
ไม่อยากทำตามสัญญาหมั้นก็ได้ แต่ดูถูกเขาไม่ได้นะ!
"คุณปู่คะ เราสองคนเพิ่งเจอกัน ยังไม่ได้รู้จักกันลึกซึ้ง จะรีบไปจดทะเบียนแบบนี้ ไม่ค่อยดีหรือเปล่าคะ?" ซูหรูเสวี่ยสีหน้าเปลี่ยนไป
"นิสัยเสี่ยวโม่ ข้าเชื่อใจ พวกเจ้าจดทะเบียนแล้วค่อย ๆ เรียนรู้กันไป!"
ซูว่านเฉวียนในฐานะหัวหน้าครอบครัว มีสิทธิ์ขาดเด็ดขาด พูดขึ้นตรง ๆ ว่า "เรื่องนี้ตกลงตามนี้ ใครกล้าไม่ทำตาม ก็ไม่ใช่คนตระกูลซู!"
ซูหรูเสวี่ยเงียบไป ทำได้เพียงมองหลินเฟิง
หลินเฟิงเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย จึงเปลี่ยนไปพูดว่า "ท่านผู้เฒ่า..."
"เสี่ยวโม่ เจ้าไม่ต้องพูดมาก" ซูว่านเฉวียนโบกมือ "ข้ารู้นิสัยเสี่ยวเสวี่ยดี ตอนนางพบเจ้า คงต้องกลั่นแกล้งเจ้าแล้วล่ะ! เจ้ามีอะไรกังวลก็บอกข้ามาเถอะ!"
"จะว่าเป็นกลั่นแกล้งก็ไม่เชิง แค่การจดทะเบียนแต่งงานต้องมีของหมั้นสินสอดตามธรรมเนียม ตอนนี้ผมยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย..."
หลินเฟิงพูดยังไม่ทันจบ ซูว่านเฉวียนก็แทรกขึ้นว่า "ตระกูลซูไม่มีพิธีรีตองมากขนาดนั้น เจ้าแค่จดทะเบียนกับเสี่ยวเสวี่ยก็พอ"
"คุณพ่อ..."
อู๋ฟางไม่ยอมแล้ว ชี้ไปที่หลินเฟิง "ดิฉันไม่รู้ว่าคุณกับอาจารย์ของหมอนี่เกี่ยวข้องอะไรกัน แต่ดูสิเจ้าหมอนี่แต่งตัวซอมซ่อ ยังกับมาจากบ้านนอก มีอะไรที่คู่ควรกับหรูเสวี่ยสักอย่าง?"
"หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!"
ซูผู้เฒ่าจ้องตาเขม็ง ตวาดลั่น "คนบ้านนอกแล้วยังไง อย่าเพิ่งอิ่มท้องได้ไม่กี่วันก็ลืมรากเหง้า ใคร ๆ ก็เคยผ่านความลำบากมาก่อนทั้งนั้น!"
พูดถึงตรงนี้ ซูผู้เฒ่าหน้าแดงก่ำ ไอชุดใหญ่ กระทั่งไอเป็นเลือดออกมา
"พอเถอะค่ะแม่ คุณแม่พูดให้น้อย ๆ หน่อย หนูตกลงตามที่คุณปู่บอกก็ได้!"
ซูหรูเสวี่ยรีบพูดขึ้น กลัวว่าหากขัดขืนต่อไป จะทำให้คุณปู่โกรธจนมีอันเป็นไป
จากนั้น นางมองหลินเฟิงด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เตรียมเอกสารนายมาให้พร้อม เดี๋ยวเราไปจดทะเบียนกันเลย"
"เอ่อ..."
หลินเฟิงอึ้งพูดไม่ออก ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะถอนหมั้น แล้วนี่ตกลงได้ไง?
ด้วยความจำใจ
หลินเฟิงได้แต่เดินตามซูหรูเสวี่ยไปยังร้านไม่สะดุดตาร้านหนึ่งตรงมุมถนน
เมื่อก้าวออกมาจากร้าน
หลินเฟิงมองทะเบียนสมรสปลอมในมือ พูดอย่างกลุ้มใจ "คุณสาวงาม เหตุไฉนต้องทำถึงเพียงนี้ด้วยครับ ถ้าผู้เฒ่ารู้เข้า จะยิ่งโมโหกว่าเดิมมิใช่หรือ?"
"ถ้านายไม่พูด ฉันก็ไม่พูด ท่านผู้เฒ่าจะไปรู้ได้ยังไง!"
ซูหรูเสวี่ยจ้องเขาเขม็ง พูดอย่างไม่สบอารมณ์ "ฉันขอเตือนนายเลยนะ ถ้านายกล้าแพร่งพรายความลับ เงินสองล้านนั่นก็จบกัน!"
หลินเฟิงกลอกตา
ยัยหนูนี่คงคิดว่าเขาขาดเงินสองล้านนั่นจริง ๆ สินะ...
ซูหรูเสวี่ยคลี่ยิ้มเย็นพร้อมทะเบียนสมรสปลอมในมือ "หลินเฟิง เอาเข้าจริง ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว อีกครึ่งหนึ่งที่แท้จริงในอนาคตของฉัน จะไม่มีวันเป็นนายแน่ ตอนนี้นายแค่ช่วยฉันงั้น ๆ ไปก่อนสามเดือนก็พอ หลังจากสามเดือน ฉันก็จะยังโอนเงินสองล้านให้ตรงเวลาเช่นเดิม"
หลินเฟิงแบมือทั้งสอง "ก็ดีครับ ยังไงซะคุณก็ไม่คู่ควรจะเป็นภรรยาผมเท่าไหร่ ว่าแต่ขอเตือนไว้หน่อยนะครับ ผมเล่นละครกับคุณได้ แต่คุณอย่าเล่นเป็นจริงจนหลงรักผมเข้าล่ะ"
"หลงรักนายน่ะรึ?"
ซูหรูเสวี่ยหน้าเสียทันที ไม่รู้ว่าหลินเฟิงเอาความมั่นใจมาจากไหน พูดอย่างเย็นชาว่า "อย่าฝันกลางวันไปหน่อยเลย นายช่วยฉัน ฉันซาบซึ้งนายก็จริง แต่แค่เนี่ย จะให้ฉันรักนายน่ะ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"
"งั้นรึ? งั้นก็ดูกันต่อไป!"
หลินเฟิงหัวเราะหึหึ ที่เขาหยอกล้อซูหรูเสวี่ย ก็เพราะได้ยินอีกฝ่ายบอกว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้ว เลยรู้สึกขัดใจ
ก็ลองถามดูสิ ในใต้หล้านี้ มีผู้ชายคนไหนที่มีเสน่ห์มากกว่าเขาราชายมโลกผู้ยิ่งใหญ่ได้?
"พวกหลงตัวเอง!"
ตอนนี้ซูหรูเสวี่ยไม่มีเหลือความชอบใด ๆ ให้หลินเฟิงแล้ว เก็บทะเบียนสมรสปลอมเป็นอย่างดี ไม่รอให้หลินเฟิงขึ้นรถ กระทืบคันเร่งทีเดียวหายไปจากจุดนั้นเลย
"นิสัยน่าสนใจดีนี่!"
"ยัยหนู รับรองอีกเดี๋ยวเธอต้องรีบมาขอโทษฉันแต่โดยดีแน่!"
หลินเฟิงยกยิ้มเป็นมุมปาก
พอเขากำลังจะโบกรถแท็กซี่
ทันใดนั้น มีรถโรลส์-รอยซ์สีดำคันหนึ่งมาจอดตรงหน้าหลินเฟิง
ประตูรถเปิดออก
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งใส่สูทผูกไท ไหล่กว้าง ก้าวฉับ ๆ มาถึง โค้งคำนับหลินเฟิงอย่างนอบน้อม "ผู้น้อยเฉินคุนเผิง หัวหน้าหอทั้งสิบสองแห่งศาลามังกรเทพ มิทันได้ออกไปต้อนรับท่านสู่เมฆาทะเล ขอท่านโปรดลงอาญาด้วย!"
หากมีผู้ใดเห็นฉากนี้ คงตาค้างถึงขั้นปิดปากไม่ลงทีเดียว
เฉินคุนเผิงคือใคร?
จ้าวใต้พิภพตัวจริงแห่งมหานครเมฆาทะเล!
นอกจากนี้ เขายังมีอีกฐานะหนึ่งที่ไม่เป็นที่ล่วงรู้ นั่นคือหนึ่งในหัวหน้าหอทั้งสิบสองแห่งศาลามังกรเทพ อำนาจหมายเลขหนึ่งของหัวเซี่ย
ศาลามังกรเทพ?
หลินเฟิงนึกขึ้นได้ เมื่อครั้งอยู่ในเรือนจำ มีลูกอ๊อดตัวหนึ่งที่คอยยกน้ำล้างเท้าให้เขาเป็นประจำ ร้องโวยวายอยู่ทุกวันว่าตนคือผู้นำศาลามังกรเทพ กุมอำนาจล้นฟ้า ออกไปแล้ว เขาจะเรียกใช้ได้ตามสบาย
ไม่ผิดคาดแล้ว ข่าวที่เขาพ้นโทษ น่าจะเป็นผู้คุมเรือนจำปล่อยออกไป
หลินเฟิงส่ายศีรษะน้อย ๆ ยิ้มบาง ๆ พวกคนพวกนี้กลัวเขาจะกลับไปมากแค่ไหนกันนะ!
"โทษนั้นยกเว้นเสีย แค่หาที่ให้ข้าพักหน่อย"
หลินเฟิงโบกมือ
"ขอรับ!"
……
ไม่นานนัก
หลินเฟิงตามเฉินคุนเผิงมายังเขายอดสวรรค์ สถานที่เลื่องชื่อในมหานครเมฆาทะเล ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเขตของคฤหบดี
เขายอดสวรรค์มีบ้านพักสิบแปดหลัง ยิ่งสูงก็ยิ่งแสดงถึงฐานะผู้อยู่อาศัย และยอดสวรรค์หมายเลขหนึ่งตรงจุดสูงสุดของภูเขา ยิ่งเป็นที่พำนักหรูหราที่เหล่าอำนาจมากมายใฝ่ฝัน
บัดนี้ยอดสวรรค์หมายเลขหนึ่งมีเจ้าของแล้ว ก็คือหลินเฟิง
"เจ้ากลับไปเถอะ มีธุระข้าจะติดต่อไป"
หลินเฟิงเอ่ย
"ขอรับ นี่คือวิธีติดต่อข้า ท่านโปรดเก็บไว้ด้วย"
เฉินคุนเผิงยื่นนามบัตรให้แล้ว ก็จากไป
"ตี๊ด!"
หลินเฟิงเปิดประตูใหญ่ยอดสวรรค์หมายเลขหนึ่ง พบว่าภายในบ้านพักตกแต่งหรูหราอย่างถึงที่สุด มีทั้งของโบราณ ภาพเขียนชื่อดังระดับโลก เรียงรายเป็นแถวเต็มไปหมด
"พวกคนพวกนั้น อยากให้ข้าอยู่ที่นี่ตลอดไปจริง ๆ สินะ!"
หลินเฟิงยิ้มกว้างอย่างอิสระ
ชำระล้างคราบไคลอย่างง่าย ๆ
เมื่อหลินเฟิงก้าวออกจากห้องน้ำที่ประดับด้วยขอบทอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เป็นซูผู้เฒ่าโทรมาด้วยตัวเอง
"เสี่ยวโม่เอ๋ย กับข้าวพร้อมแล้ว เจ้ารีบมาทานข้าวเถอะ!"
"เจ้าวางใจได้ ข้าได้อบรมเสี่ยวเสวี่ยแล้ว การทิ้งเจ้าลงรถเป็นความผิดของนางจริง ๆ เดี๋ยวข้าให้นางขอโทษเจ้า"
ฟังดังนั้น หลินเฟิงก็ยกยิ้ม
เขาบอกแล้วไง ยัยหนูนั่นอีกเดี๋ยวต้องรีบกลับมาขอโทษแต่โดยดี