“อันอัน ชาติที่แล้วฟางเชี่ยนตายไปแล้ว เป็นน้องสาวต่างมารดาของนางอย่างฟางโหรวที่รับตำแหน่งแต่งงานกับคู่หมั้นของนางแทน”
[อย่างนั้นหรือ ชาติที่แล้วมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ข้าก็ไม่ได้สังเกตเห็น
ข้าเพียงเห็นสิ่งที่พวกนางแสดงออกมาในตอนนี้ ส่วนหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ข้าก็ไม่รู้จริง ๆ
ที่แม่พูดเช่นนี้ หมายความว่าแม่อยากช่วยนางหรือ?]
“อืม ฟางเชี่ยนเป็นคนดี”
[หากอยากทำก็จงทำ อันอันจะคอยสนับสนุนแม่เสมอ]
ชาติที่แล้วแม่ต้องติดอยู่หลังจวนโหวจนกระทั่งตายจากไป ชาตินี้นางแค่อยากให้แม่ได้ทำตามใจปรารถนา อยากทำสิ่งใดก็ได้ ไม่ต้องคำนึงถึงผู้อื่นอีกต่อไป
คิดได้ดังนั้นก็ลงมือทำทันที คราวหน้าจะได้พบฟางเชี่ยนอีกเมื่อไรก็ไม่รู้ นางเพียงเกรงว่าอีกฝ่ายจะรอไม่ไหว
จี้เยว่หรูลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังเบื้องหน้าฟางเชี่ยน
เมื่อเห็นว่าเป็นท่านหญิงอันซุนโหว ฟางโหรวก็มีแววรังเกียจวาบผ่านในแววตา
ฟางเชี่ยนยิ้มอย่างเป็นมิตรให้จี้เยว่หรู
“ท่านหญิงโหวมีธุระอันใดหรือไม่?”
“ข้ามีบางคำอยากพูดกับคุณหนูใหญ่ตามลำพัง ไม่ทราบว่าสะดวกหรือไม่”
ไม่รู้เพราะเหตุใด ฟางโหรวจึงรู้สึกใจสั่น กุมแขนพี่สาวต่างมารดาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
“พี่ใหญ่”
นางยกมือตบมือของน้องสาวรองที่กำลังกุมแขนตนเองอยู่เบา ๆ
“เจ้าไปเล่นที่ด้านข้างก่อน ข้าจะพูดคุยกับท่านหญิงโหวสักครู่”
“ก็ได้”
ฟางโหรวจำใจต้องพาสาวใช้ไปยังที่อื่น แต่สายตายังคงทอดมามองทั้งสองเป็นระยะ ๆ
“ท่านหญิงโหวพูดได้แล้วตอนนี้”
“ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อในสิ่งที่ข้าพูดหรือไม่ ข้าเพียงอยากบอกเจ้าว่า คู่หมั้นของเจ้ากับน้องสาวต่างมารดาของเจ้าอย่างฟางโหรว ได้คบหากันมานานแล้ว
