“แน่ใจแล้วเหรอว่าจะไป?”
เฮ่อหวยชวนมองซุ่ยซุ่ยแล้วเอ่ยถาม
ซุ่ยซุ่ยได้สติกลับมา ก่อนพยักหน้า “อื้ม ซื้อตั๋วแล้ว”
เฮ่อหวยชวนพูดอย่างเสียดาย “จริง ๆ เธออยู่ต่อก็ได้นะ จะเป็นผู้รับผิดชอบของบริษัทตระกูลหลัวกับตระกูลฟู่ หรือจะทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบของตระกูลเฮ่อต่อก็ได้”
“ถ้าอยากขึ้นเงินเดือนอะไรก็คุยกันได้”
ซุ่ยซุ่ยส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก เงินที่มีตอนนี้ก็ใช้ไม่หมดแล้ว”
สองปีมานี้เธอหาเงินได้ไม่น้อย ทั้งเงินเดือนจากตระกูลเฮ่อ เงินที่ได้จากการเล่นหุ้น รวมถึงเงินจากยาที่เธอคิดค้นขึ้นมา ซึ่งสวีเยว่ก็ยกเงินให้เธอทั้งหมด ไม่ได้หักส่วนแบ่งไว้เลย
ตอนนี้เงินในบัญชีของเธอมากพอให้ใช้ไปได้อีกหลายชาติ
ยิ่งไปกว่านั้น...
ซุ่ยซุ่ยยิ้มแล้วพูดว่า “อันเฉิงเป็นเมืองเล็ก ๆ ค่าครองชีพไม่แพง”
เห็นท่าทีแน่วแน่ของเธอ และรู้ว่าคงห้ามไม่ไหว เฮ่อหวยชวนจึงได้แต่ยอมแพ้
“แล้วไปถึงอันเฉิงจะทำอะไรล่ะ?”
ซุ่ยซุ่ยลูบเอกสารในอ้อมแขน ในนั้นคือจดหมายลาตายที่แม่เขียนถึงเธอ เธอตอบว่า “อาจจะตั้งแผงขายของเล็ก ๆ”
เฮ่อหวยชวนขมวดคิ้วน้อย ๆ สีหน้าฉงน ตั้งแผงขายของเหรอ?
ซุ่ยซุ่ยอธิบายว่า “ก่อนหน้านี้แม่เคยคิดจะพาฉันไปตั้งแผงขายของที่อันเฉิง”
เธออยากทำสิ่งที่แม่ทำไม่สำเร็จให้สำเร็จ
เฮ่อหวยชวนเข้าใจแล้วจึงพยักหน้า “ได้ งั้นก็ขอให้ทุกอย่างราบรื่น และมีความสุขกับชีวิตที่เหลือนะ”
มีความสุขกับชีวิตที่เหลือ...
ซุ่ยซุ่ยค่อย ๆ เผยรอยยิ้ม “ค่ะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่เฮ่อหวยชวนเห็นเธอยิ้มกว้างขนาดนี้
ก่อนหน้านี้เธอมักดูเหมือนมีเรื่องหนักใจ แววตาซ่อนความเศร้าที่สลัดไม่หลุดไว้เสมอ
ตอนนี้พอแก้แค้นสำเร็จ ภาระหนักอึ้งบนบ่าก็วางลงเสียที เธอจึงเริ่มมีชีวิตชีวาสมวัยสาวขึ้นมาบ้าง
