คำพูดเย็นชาของเขากระแทกใส่ซุ่ยซุ่ย เธอมองเขาแล้วเผลอกำชายเสื้อแน่น
เธอเงยหน้าขึ้น พูดทีละคำว่า “หนูไม่ได้ผลักเธอ”
ฟู่ อี้เฉินเห็นท่าทางดื้อดึงไม่ยอมรับผิดของเธอ น้ำเสียงก็ยิ่งเย็นชา “งั้นหมายความว่าเธอล้มเอง แล้วก็จงใจทำของขวัญที่เลือกตั้งสามวัน ใช้เงินอั่งเปาทั้งหมดซื้อมาให้แตกเองงั้นเหรอ?”
นับจากวันนั้น หลัวชูก็รู้สึกผิดมาตลอด ฟู่หลิงเห็นเข้าจึงบอกว่าจะช่วยแม่ขอโทษซุ่ยซุ่ย
ในสายตาฟู่ อี้เฉิน แม้บางครั้งลูกสาวจะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ก็เป็นเด็กผู้หญิงที่ใจดีที่สุดในโลก
เหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด
ซุ่ยซุ่ยฟังคำพูดของเขา ไม่หลบสายตา แล้วพยักหน้า “ใช่”
สิ่งที่เธอเห็นก็เป็นแบบนั้น
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงทำแบบนั้น แต่เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้ผลักจริง ๆ
ฟู่ อี้เฉินแทบจะโมโหจนหัวเราะออกมา เขาจ้องซุ่ยซุ่ยแล้วแค่นหัวเราะ “แม่เธอสอนมาแบบนี้เหรอ? โกหกจนเป็นนิสัย ไม่มีมารยาทเลยสักนิด”
พอได้ยินคำพูดนั้น หัวใจของซุ่ยซุ่ยก็เจ็บแปลบ ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที
หลัวซูคือคนที่เธอรักและหวงแหนที่สุด เธอไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นเด็ดขาด
เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย แต่ก็ยังรวบรวมความกล้าพูดอย่างดื้อรั้นว่า “หนูไม่ได้ผลักเธอ แม่สอนหนูว่าอย่ารังแกคนอื่น แต่ก็อย่าปล่อยให้คนอื่นรังแกเราเหมือนกัน”
“อย่าคิดใส่ร้ายหนูนะ” สมองน้อย ๆ ของซุ่ยซุ่ยหมุนติ้ว เมื่อนึกได้ว่าต้นไม้ข้าง ๆ บอกว่าที่นี่มีกล้องวงจรปิด เธอก็รีบพูดว่า “เราดูกล้องกัน ถ้าหนูเป็นคนผลัก หนูจะขอโทษเธอ แต่ถ้าหนูไม่ได้ทำ พวกคุณ...”
ซุ่ยซุ่ยกวาดตามองพวกเขาทีละคน สูดหายใจลึกแล้วพูดต่อ “ก็อยู่ให้ห่างจากบ้านหนูให้หมด ห้ามเข้าบ้านหนู!”
