เจียงจิ่งเหยาชินกับการกลับบ้านหลังจัดการงานเสร็จ แล้วต้องเผชิญหน้ากับบ้านที่มืดมิดและเงียบเหงา
แต่คืนนี้เขาดื่มไปเล็กน้อยระหว่างงานเลี้ยง พอเปิดประตูบ้านก็พบแสงสว่างทั่วทั้งห้อง ก่อนจะเห็นร่างหญิงสาวที่วิ่งถลาเข้ามาหาเขาราวกับนกน้อยโผเข้าซบอก
เธอสวมชุดนอนสีอ่อน ผมดำขลับยาวสยายลงมาถึงเอว เงยใบหน้าขาวผ่องขึ้นมองเขา ดวงตาฉ่ำวาวสะท้อนเงาของเขา พร้อมเอ่ยคำขอบคุณ
บางทีอาจเป็นเพราะดื่มเหล้า เจียงจิ่งเหยาจึงรู้สึกว้าวุ่นไปทั้งหัวใจและร่างกาย น้ำเสียงเองก็แหบพร่าลง
“ขอบคุณด้วยปากอย่างเดียวอีกแล้วเหรอ?”
หยุนหนีนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเขาพูดว่าขอบคุณด้วยปากอย่างเดียวเมื่อครั้งก่อน ปลายหูจึงร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
เจียงจิ่งเหยาก้มมองใบหน้าเขินอายปนหวาดหวั่นตรงหน้า ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง
กลิ่นเหล้าจาง ๆ จากตัวเขาผสานกับกลิ่นไม้หอมที่ติดกายเป็นประจำ ให้ความรู้สึกกดดันที่ยากจะอธิบาย
หยุนหนีถูกเขาจ้องจนเริ่มประหม่า กำลังคิดจะถอยหลังสักก้าว แต่ฝ่ามืออุ่นร้อนกลับแตะลงเบา ๆ ที่เอวด้านข้าง แล้วดึงเธอกลับเข้าไปในอ้อมแขนอีกครั้ง
“จิ่งเหยา...” เธอยังพูดไม่ทันจบ เขาก็ก้มลงจูบเธอเสียแล้ว
เจียงจิ่งเหยาวางมือข้างหนึ่งประคองเอวด้านหลังของเธอ อีกข้างรองท้ายทอย ก่อนโอบเธอไว้ในอ้อมแขนและจูบอย่างลึกซึ้งหนักหน่วง
หยุนหนีแทบยืนไม่อยู่เพราะจูบของเขา ร่างกายที่เกร็งตั้งแต่แรกค่อย ๆ ผ่อนคลายลง แขนทั้งสองข้างโอบไหล่เขาโดยไม่รู้ตัว
