คนโกหก
บอกว่าคิดถึงเธอมาก แล้วตลอดหลายปีมานี้ก็ไม่เห็นเขาจะเป็นฝ่ายมาหาเธอสักครั้ง
พอนึกถึงเรื่องพวกนี้ หยุนหนีก็เริ่มดิ้นขัดขืนอีกครั้ง เธอดันอกเขาพลางพึมพำเสียงเบา “คิดถึงฉันแล้วทำไมไม่มาหาล่ะ ตอนนี้คุณได้เป็นเถ้าแก่ใหญ่แล้ว คงลืมฉันไปจนหมดสิ้นแล้วละมั้ง”
เฉิงจิ่งเหยาฟังคำตัดพ้อของเธอ หัวใจก็อ่อนยวบ เขากุมมือที่เธอวางดันอกตนไว้ แล้วเอ่ยเสียงต่ำว่า “ไม่ได้ลืม”
หยุนหนีไม่เชื่ออยู่แล้ว “ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่มาหาฉันล่ะ?”
เฉิงจิ่งเหยาเงียบไปครู่หนึ่ง
ตลอดหลายปีมานี้ เขาเคยคิดจะไปหาเธอนับครั้งไม่ถ้วน
ช่วงแรกหลังหย่ากัน เขาถึงกับฝันเห็นเธอทุกคืน
ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา ในห้องก็ว่างเปล่า
เขาถึงนึกได้ว่าเธอจากไปแล้ว
เมื่อกิจการของเขาค่อย ๆ ตั้งตัวได้ เขาใช่ว่าจะไม่เคยคิดเดินไปหาเธออย่างผ่าเผย แล้วเริ่มตามจีบเธออีกครั้ง
แต่ทุกครั้งที่เห็นเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนฝูงหน้าใหม่ที่ทั้งโดดเด่นและเก่งกาจรายล้อมเธออยู่ เห็นชีวิตใหม่ของเธอที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากจากเขาไป เขาก็ไม่อาจก้าวข้ามขั้นนั้นได้เสียที
เขาทำได้เพียงอาศัยโอกาสส่งพัสดุให้เธอ เพื่อให้เธอไม่ลืมเขาไปเสียทั้งหมด
พูดให้ถึงที่สุด ก็เพราะเขาไม่กล้าต่างหาก
“ผมคิดว่า ตอนนี้คุณมีชีวิตที่ดีขนาดนั้น คงไม่อยากเจอผมอีกแล้ว”
หยุนหนีคิดว่าผู้ชายคนนี้ช่างโง่จริง ๆ ถ้าเธออยากตัดขาดกับเขาจริง ๆ ของที่เขาส่งมาเธอก็คงโยนลงถังขยะไปนานแล้ว จะเก็บไว้ทุกชิ้นแบบนี้ได้อย่างไร
“คุณเป็นคนโง่หรือไง? ถ้าฉันไม่อยากเจอคุณจริง ๆ คุณคิดว่าฉันจะรับของไร้สาระที่คุณส่งมาไว้เหรอ?”
แววตาของเฉิงจิ่งเหยาไหววูบ เขาหัวเราะเบา ๆ
“ใช่ ผมโง่เอง เป็นความผิดของผมทั้งหมด”