“เอ๊ะ เสี่ยวเยวียนจื่อ”
จิ่วจิ่วเห็นเซียวจิ่วเยวียนเดินมาทางนี้ ดวงตากลอกไปมา ก่อนจะคิดแผนร้ายขึ้นมาได้
นางขยับเข้าไปใกล้องค์หญิงใหญ่ แล้วกระซิบบอกบางอย่างสองสามประโยค
มุมปากองค์หญิงใหญ่กระตุกสองครั้ง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ครู่ต่อมา เซียวจิ่วเยวียนก็มาถึงตรงหน้าองค์หญิงใหญ่
ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน จู่ ๆ ก็มีศีรษะเล็ก ๆ สกปรกมอมแมมร่วงลงมาจากฟ้า
เซียวจิ่วเยวียนพลันสบเข้ากับดวงตากลมดำเป็นประกายคู่หนึ่ง
ใบหน้าทั้งสองห่างกันไม่ถึงสามนิ้ว
สิ่งสกปรกมาจากที่ใดกัน?
“ซี๊ด—”
เซียวจิ่วเยวียนสูดลมหายใจเย็นเยียบ เผลอยกมือขึ้นเกือบจะตบออกไป
“ฮ่า ๆ... ตกใจแล้วใช่ไหม!”
เสียงเจื้อยแจ้วเจ้าเล่ห์ของจิ่วจิ่วดังขึ้น
มือที่เซียวจิ่วเยวียนยกขึ้นเมื่อครู่ลดลง
“เจ้ากำลังเล่นลูกไม้อะไรอีก?” น้ำเสียงของเซียวจิ่วเยวียนเจือความขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่หลายส่วน
เขาคว้าจิ่วจิ่วที่เกาะกิ่งไม้ห้อยอยู่กลางอากาศลงมา
เมื่อเห็นนางมีสภาพราวกับขอทานตัวน้อย คิ้วก็ขมวดแน่น
“เจ้าอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร สกปรกเสียจริง”
ปากเซียวจิ่วเยวียนบอกว่าสกปรกนัก สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ
ทว่ามือที่ดึงจิ่วจิ่วพลิกดูตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อตรวจสอบว่านางบาดเจ็บหรือไม่ กลับไม่หยุดลงแม้แต่น้อย
แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยและกังวล
“เสี่ยวเยวียนจื่ออย่ากลัว ข้าไม่เป็นไร แค่ถูกระเบิดสะเทือนฟ้าซัดเท่านั้นเอง” คำพูดสบาย ๆ ของจิ่วจิ่วเกือบทำเอาวิญญาณเซียวจิ่วเยวียนหลุดลอย
ถูกระเบิดสะเทือนฟ้าซัดหรือ?
สีหน้าเขามืดครึ้ม ถามจิ่วจิ่วว่า “ผู้ใดทำ?”
จิ่วจิ่วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “เรื่องนี้... หากพูดตามจริง เป็นข้าเองกระมัง?”
