“เช่นนั้น เรื่องที่ข้าประสบเมื่อครู่ ล้วนเป็นเพราะดื่มชาที่เจ้ารินให้หรือ?”
เมื่อรู้ความจริงว่าที่ตนโชคร้ายถึงเพียงนี้เป็นเพราะดื่มชาที่เซียวหยวนรินให้ เจียงเผยจวินก็แทบกระโดดผึง
เซียวหยวนยิ้มให้เจียงเผยจวินอย่างกระดากใจอยู่บ้าง
เจียงเผยจวินเกือบตบโต๊ะแล้วกระโดดขึ้นมาซักถามเขา “เจ้ายังมีหน้ามายิ้มอีกหรือ?”
แต่เจียงเผยจวินกลับต้องอดกลั้นไว้เพราะอีกฝ่ายมีฐานะเป็นองค์ชาย
เจ้าก้อนแป้งอ้วนกลับเดินเข้ามาถามเซียวหยวนด้วยสีหน้าใคร่รู้ “เช่นนั้น สาเหตุที่องค์ชายสิบห้าไม่ได้รับความโปรดปราน เป็นเพราะท่านโชคร้ายเกินไปหรือ?”
เซียวหยวนพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง
เขาคิดว่าต่อจากนี้คงต้องเผชิญกับความรังเกียจและการตีตัวออกห่างของพวกเขา
ใครจะคิดว่าเจ้าก้อนแป้งอ้วนกลับมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย “เช่นนั้นก็ดียิ่ง! องค์ชายสิบห้า ท่านต้องกลับบ้านกับข้าสักเที่ยว พี่รองของข้าชอบรังแกข้า ท่านช่วยทำให้เขาปวดหัว ปวดเท้า ปวดท้องทีสิ ฮี่ ๆ ๆ...”
“ยังมีคนแซ่หลี่นั่นอีก ชอบเรียกข้าว่าเจ้าหมูอ้วน ข้าอ้วนแล้วอย่างไรเล่า? ก็ไม่ได้กินข้าวบ้านเขาเสียหน่อย เขามีสิทธิ์อะไรมาด่าข้า? องค์ชายสิบห้าช่วยทำให้เขาโชคร้าย เหยียบอาจมสุนัขที ข้า... ข้าจะเลี้ยงของอร่อยท่านสองมื้อ ไม่สิ ห้ามื้อ!”
มุมปากเซียวหยวนกระตุกสองครั้ง กำลังจะปฏิเสธ
ก็ได้ยินจิ่วจิ่วกล่าวว่า “ตกลง เป็นคำไหนคำนั้น!”
“จิ่วจิ่ว ข้า...” เซียวหยวนยังอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นสายตาที่จิ่วจิ่วส่งมา เขาก็ปิดปากเงียบอย่างว่าง่าย
จิ่วจิ่วหันไปมองเจียงเผยจวิน แล้วเริ่มชักชวนให้รับเซียวหยวนเสี่ยวขู่กวาเป็นพวก “เสี่ยวโมกู่ เจ้านี่ขี้เหนียวไปไย? สตรีอย่างพวกเราควรมีใจกว้างและมีน้ำใจ เจ้าเฉลียวฉลาดถึงเพียงนี้ หากเสี่ยวขู่กวาไม่ให้เจ้าสัมผัสฤทธิ์ของเขาด้วยตนเอง แล้วเจ้าจะเชื่อเรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้ได้อย่างไร?”
