“ท่าน...ท่านคิดจะทำอะไร? พวกเราเป็นคนของจวนแม่ทัพใหญ่พิทักษ์แคว้น ท่านไม่กลัวหรือว่าท่านแม่ทัพใหญ่พิทักษ์แคว้นจะล้างแค้น?” พ่อบ้านตกใจจนขาสั่นงันงก ตะโกนข่มขู่เซียวจิ่วเยวียน
เซียวจิ่วเยวียนไม่แม้แต่จะชายตามองเขา อุ้มจิ่วจิ่วขึ้นมา แล้วกระโดดออกจากหน้าต่างชั้นสองไปพร้อมกับตัวเขาและรถเข็น
พ่อบ้านคิดว่าพวกเขาจะหนี จึงรีบนำคนไล่ตามไป
เซียวจิ่วเยวียนเหลือบมองพวกเขา ก่อนออกคำสั่งเสียงเย็น “ยกศพไปด้วย ตามข้ามา”
บางทีอาจเป็นเพราะอำนาจบารมีที่แผ่ซ่านจากตัวเขาแข็งแกร่งเกินไป พ่อบ้านจึงไม่กล้าปฏิเสธ
จากนั้นภาพประหลาดก็ปรากฏขึ้นบนถนน
บุรุษรูปงามไร้ที่ติผู้หนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น ในอ้อมแขนมีเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักสดใสราวกับหยกแกะสลักแป้งปั้นนั่งอยู่
พวกเขาเดินนำอยู่ด้านหน้า ด้านหลังมีองครักษ์จวนแม่ทัพหน้าบวมช้ำหามศพตามมา
ถัดไปด้านหลังยังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่ตั้งใจมาดูเรื่องสนุก
ชาวบ้านทยอยมาสมทบมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ยามเซียวจิ่วเยวียนอุ้มจิ่วจิ่วเดินทางมาถึงกรมพระอาญาสิทธิ์อย่างไม่เร่งร้อน ด้านหลังเขาก็มีผู้คนติดตามมาเกือบร้อยคนโดยไม่รู้ตัว
เจ้ากรมพระอาญาสิทธิ์ได้รับข่าว นึกว่าเกิดเรื่องใหญ่ จึงเร่งออกมาตรวจดูสถานการณ์
ไม่คาดคิดว่าจะพบเห็นคนผู้หนึ่งซึ่งไม่ควรปรากฏตัวที่นี่เป็นอันขาด
“ไท่...ไท่จื่อเตี้ยนเซี่ยหรือ? ข้าน้อยคารวะไท่จื่อเตี้ยนเซี่ย คารวะจวิ้นจู่น้อย” เจ้ากรมพระอาญาสิทธิ์รีบคุกเข่าคารวะเซียวจิ่วเยวียน
เซียวจิ่วเยวียนเอ่ยเสียงเย็น “ลุกขึ้นเถิด”
องครักษ์จวนแม่ทัพและชาวบ้านที่ตามหลังเซียวจิ่วเยวียนมาต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
ไท่จื่อเตี้ยนเซี่ยหรือ?
บุรุษผู้นี้คือไท่จื่อเตี้ยนเซี่ยผู้มีข่าวลือว่าเข่นฆ่าผู้คนดุจผักปลา โหดเหี้ยมกระหายเลือดหรือ?
