สือหวยเหยียนหยุดมือ
เขารู้สึกว่าท่าทางของเซียวจิ่วเยวียนในยามนี้ช่างคุ้นตาอย่างประหลาด
เขากำลังจะเอ่ยปาก ก็เห็นจิ่วจิ่วเดินตรงมาหาพวกเขาด้วยใบหน้าเย็นชา
เมื่อเห็นจิ่วจิ่วเดินไปหาเซียวจิ่วเยวียน สือหวยเหยียนก็คิดจะห้ามปราม
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง “เพียะ!” จิ่วจิ่วเตะเข่าของเซียวจิ่วเยวียนก่อน พอเซียวจิ่วเยวียนเจ็บจนงอตัวลง นางก็กระโดดขึ้นตบศีรษะเขาฉาดหนึ่ง
เสียงตบนั้นดังใสกังวานจนมุมปากของสือหวยเหยียนกระตุกอยู่สองครั้ง
เขาเตรียมพร้อมรับมือเซียวจิ่วเยวียนคลุ้มคลั่ง และพร้อมชิงตัวจิ่วจิ่วหนีไปได้ทุกเมื่อแล้ว
แต่เรื่องที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจกลับเกิดขึ้น
เห็นเพียงจิ่วจิ่วยกมือทั้งสองขึ้นกลางอากาศ ทำท่าทางแปลกประหลาดอย่างยิ่ง
คล้ายกับกำลังคว้าบางสิ่งไว้ แล้วดึงยืดขยำไปมา ก่อนปั้นให้เป็นก้อน สิ่งของในมือนางกลิ้งโตขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับก้อนหิมะ
จากนั้นนางก็ยกก้อนอากาศที่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ในมือ ตบลงบนศีรษะของเซียวจิ่วเยวียน
“กลับเข้าไปเสีย!” นางพึมพำ
ชั่วพริบตา เซียวจิ่วเยวียนก็รู้สึกว่าสมองปลอดโปร่งแจ่มชัดขึ้น
แรงกระตุ้นที่อยากฉีกกระชากทุกคนตรงหน้า อยากทำลายโลกให้สิ้นซากเมื่อครู่พลันมลายหายไป
“เมื่อครู่ ข้ากำเริบหรือ?” ลูกกระเดือกของเซียวจิ่วเยวียนขยับขึ้นลง เขาถามจิ่วจิ่วด้วยเสียงแหบพร่า
จิ่วจิ่วรู้ว่าเหตุที่เขาเป็นเช่นนั้นเมื่อครู่ เป็นเพราะฝูเป่าดึงโชควาสนาทั้งหมดไป จนพลังภายในปั่นป่วนและถูกพลังย้อนกลับทำร้าย
แต่นางพูดออกไปไม่ได้
ฝูเป่ากับตาเฒ่าหัวล้านวั่งเฉินจับตาดูอยู่ทั้งคู่!
จิ่วจิ่วอ้าปากก็กล่าวออกมาทันที “เสี่ยวเยวียนจื่อ ข้ารู้ว่าเจ้าคิดเกินเลยกับซือหูหูของข้า แต่ช่วยสำรวมสักหน่อยได้หรือไม่?”
