จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ทอดพระเนตรเฉิงซงผิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตรัสว่า “อืม ให้เขาเข้ามา”
ใต้เท้าฟ่านเข้ามา ด้านหลังยังมีคนหามศพมาด้วยร่างหนึ่ง
“กระหม่อมถวายบังคมฝ่าบาท ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี!”
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ยกพระหัตถ์ห้ามเขา “ลุกขึ้นเถิด ใต้เท้าฟ่านหมายความเช่นไร?”
ใต้เท้าฟ่านลุกขึ้นยืน กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “กราบทูลฝ่าบาท เรื่องนี้ต้องเริ่มเล่าจากเมื่อสองวันก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
จากนั้นใต้เท้าฟ่านก็เล่ารายละเอียดเหตุการณ์การตายของคุณชายน้อยตระกูลเฉิงเมื่อสองวันก่อน ทั้งผลการชันสูตรของเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ และคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุให้ฟังทีละเรื่อง
ท้ายที่สุด เขาถวายบันทึกการไต่สวนคดีต่อหน้าสาธารณชนในวันนั้น
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้พลิกอ่านไปหลายหน้า ปลายนิ้วชะงักเล็กน้อย
พระองค์ทอดพระเนตรเฉิงซงผิง ก่อนเบนพระเนตรไปยังใต้เท้าฟ่านแล้วตรัสถาม “มีผลชันสูตร มีคำให้การของพยาน หลักฐานแน่นหนาดุจขุนเขา แล้ววันนี้เจ้ากระทำเช่นนี้ด้วยเหตุใด?”
“กราบทูลฝ่าบาท เดิมกระหม่อมตั้งใจให้กรมพระอาญาสิทธิ์สืบสวนหาตัวคนร้ายอย่างละเอียด ทว่าท่านแม่ทัพเฉิงยืนกรานให้ไท่จื่อทรงสืบคดีนี้ด้วยพระองค์เอง ทั้งยังทำสัญญาสามวันไว้ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว กระหม่อมไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดีนี้อีก แต่วันนี้กระหม่อมกลับพบเรื่องประหลาดเรื่องหนึ่ง สงสัยว่ามีคนคิดปองร้ายไท่จื่อ หมายสั่นคลอนรากฐานของมหาอาณาจักรฉี จึงเข้าวังมาทูลรายงานฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” ใต้เท้าฟ่านกล่าวเสียงขรึม
เมื่อได้ยินดังนั้น จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ก็ทรงพระพักตร์เย็นชา ตบพระหัตถ์ลงบนโต๊ะอย่างกริ้วเกรี้ยว “เพี๊ยะ! ผู้ใดบังอาจถึงเพียงนี้ ใต้เท้าฟ่าน เจ้าพบสิ่งใด?”
