“เช่นนั้นก็ไปหาสิ!” จิ่วจิ่วยักไหล่ เอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
สือหวยเหยียนเหลือบมองนางอย่างเอือมระอา “นั่นคือเรือฉิงเทียนที่หายสาบสูญไปนานนับร้อยปี เจ้านึกว่าเป็นผักกาดขาวในไร่หรือ อยากหาก็หาเจอได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ?”
จิ่วจิ่วกะพริบตา เอียงศีรษะถามเขา “หายากมากหรือ?”
“ยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์” สือหวยเหยียนเอ่ยทีละคำ
จิ่วจิ่วถามต่อ “ถ้ามีคนหาเรือฉิงเทียนเจอ จะเป็นอย่างไร?”
“ได้ทั้งลาภยศและความมั่งคั่ง ได้เลื่อนตำแหน่งและบรรดาศักดิ์ ทุกสิ่งล้วนมีพร้อม” สือหวยเหยียนกล่าวถึงเพียงรางวัลพื้นฐานที่สุด
หากมีคนหาเรือฉิงเทียนพบจริง รางวัลที่ได้รับย่อมมีมากกว่านี้
จิ่วจิ่วยกมุมปากขึ้น ยื่นมือไปทางสือหวยเหยียนพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “เอามา”
“อะไร?” สือหวยเหยียนมองนางอย่างงุนงง
จิ่วจิ่วเอ่ยว่า “ลาภยศและความมั่งคั่ง ได้เลื่อนตำแหน่งและบรรดาศักดิ์อย่างไรเล่า! เมื่อครู่เจ้าพูดเอง คงไม่คิดกลับคำกระมัง!”
สือหวยเหยียนเอ่ยอย่างหงุดหงิด “ข้าพูดถึงคนที่หาเรือฉิงเทียนพบ...ช้าก่อน หรือว่าเจ้า...”
“ฮิ ๆ ๆ...” จิ่วจิ่วหัวเราะเจ้าเล่ห์พลางพยักหน้า
ผ่านไปครู่ใหญ่ สือหวยเหยียนจึงได้สติ เขามองนางด้วยความตกตะลึงและไม่อยากเชื่อ “เจ้า...รู้ที่อยู่ของเรือฉิงเทียนจริงหรือ?”
จิ่วจิ่วพยักหน้าหงึก ๆ “ข้าไม่เพียงรู้เท่านั้น ข้ายังเคยขึ้นไปบนเรือด้วย”
กล่าวจบ นางชูสองนิ้วขึ้นทำท่าประกอบ “สองครั้งเชียว!”
“อยู่ที่ใด?” สือหวยเหยียนถามทันที
จิ่วจิ่วยื่นมือออกมา หัวเราะเจ้าเล่ห์ “พี่น้องยังต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน ซือหูหู แล้วผลประโยชน์ของข้าเล่า?”
สือหวยเหยียนยื่นมือเคาะศีรษะนางเบา ๆ “ของเจ้าไม่ขาดแน่ รีบบอกมา เรือฉิงเทียนเป็นอย่างไรกันแน่?”
