ไป๋เสี่ยวหนิงเพิ่งฟื้นขึ้นมา จึงรู้สึกกระวนกระวายอย่างยิ่ง
นางไม่รู้ว่าควรเผชิญหน้ากับบุตรสาวที่ไม่เคยได้ใกล้ชิดกันมาก่อนอย่างไร
โดยเฉพาะหลังจากตัวนางอีกคนก่อเรื่องโง่เขลาไว้มากมายถึงเพียงนั้น
นางยิ่งไม่รู้ว่าจะเข้ากับจิ่วจิ่วอย่างไร
ทว่าไม่นาน ความเฉลียวฉลาดซุกซนและความแสบสันของจิ่วจิ่วก็ทำให้ความกังวลในใจนางมลายหายไป
หลังใช้เวลาอยู่ด้วยกันเพียงครู่เดียว นางก็เกิดความคิดอยากตีบุตรสาวขึ้นมาหลายครั้งแล้ว
ช่างน่าโมโหนัก!
“เสี่ยวหนิงเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าไม่ยิ้มเลย? หรือแต่กำเนิดก็ไม่ชอบยิ้ม?” จิ่วจิ่วเข้ามาใกล้ไป๋เสี่ยวหนิงอีกครั้ง ก่อนเอ่ยถามด้วยสีหน้ากวนประสาท
ไป๋เสี่ยวหนิงกัดฟันกล่าว “เจ้าอยากถูกตีหรือ?”
จิ่วจิ่วส่ายหน้าไปมา พลางยิ้มอย่างน่าตี ก่อนส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้นาง “ใช่แล้ว ข้าอยากถูกตี เจ้าอยากช่วยข้าสะบัดฝุ่นบนตัวหรือไม่?”
“มานี่ ข้าจะช่วยสะบัดฝุ่นให้เจ้าเอง”
ไป๋เสี่ยวหนิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา
จิ่วจิ่วเดินเข้าไปสองก้าว พอไป๋เสี่ยวหนิงใกล้จะแตะตัวนาง นางก็ถอยกรูดไปด้านหลังหลายก้าวในทันใด
นางแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ไป๋เสี่ยวหนิงแล้วกล่าวว่า “ตีไม่ถึงหรอก ฮิ ๆ ๆ... ข้าหยอกเจ้าเล่นต่างหาก ตีไม่ถึง ตีไม่ถึง ฮิ ๆ ๆ...”
ไป๋เสี่ยวหนิงรู้สึกมึนงงไปหมด
นางยกมือกุมหน้าผาก เด็กคนนี้ช่างทำให้คนโมโหเสียจริง!
ทันใดนั้น มือเล็กนุ่มนิ่มข้างหนึ่งก็คว้ามืออีกข้างของไป๋เสี่ยวหนิงไว้
นางก้มหน้าลง ก็สบเข้ากับดวงตากระจ่างใสของจิ่วจิ่ว “เสี่ยวหนิงเอ๋อร์ ไข้เจ้าลดแล้ว!”
หืม?
คราวนี้ไป๋เสี่ยวหนิงถึงเพิ่งรู้ตัวว่าไข้ของตนลดลงแล้วจริง ๆ
