“จิ่วจิ่ว จิ่วจิ่ว ลืมตาขึ้นเถิด”
เซียวจิ่วเยวียนกอดจิ่วจิ่วที่อกอาบย้อมด้วยโลหิต น้ำเสียงสั่นเครือ
ไม่ว่าเขาจะร้องเรียกอย่างไร จิ่วจิ่วในอ้อมแขนก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
“เพราะเหตุใด? นางเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้น!”
เซียวจิ่วเยวียนเงยหน้าขึ้น ตวาดใส่โจวเสวียยิน
ในแววตาที่เขามองโจวเสวียยินครั้งนี้มีจิตสังหารเป็นครั้งแรก
โจวเสวียยินตกใจในสายตาของเขา จึงเซถอยหลังไปสองก้าว
“เจ้า... พี่จิ่วเยวียนดุข้าหรือ? เด็กสารเลวนี่ทำร้ายข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าไม่เพียงไม่ช่วยออกหน้าให้ข้า ยังมาดุข้าอีกหรือ? ลืมไปแล้วหรือว่าเคยรับปากพี่ใหญ่ของข้าว่าจะดูแลข้า?”
โจวเสวียยินมองเซียวจิ่วเยวียนด้วยน้ำตาคลอเบ้า ท่าทางน่าสงสาร ทั้งยังยกพี่ใหญ่ผู้ล่วงลับของนางขึ้นมาอ้าง
หากเป็นเมื่อก่อน เซียวจิ่วเยวียนย่อมตอบสนองทุกคำขอของนาง
ทว่ายามนี้ เซียวจิ่วเยวียนไม่เพียงไม่ปลอบนาง กลับจ้องนางเขม็งด้วยดวงตาแดงก่ำ
แววตานั้นดุดันราวกับต้องการกลืนกินนางทั้งเป็น
“เจ้าสมควรตาย... อึก...”
ทันทีที่จิตสังหารของเซียวจิ่วเยวียนพลุ่งขึ้น ความเจ็บปวดราวกับถูกคว้านหัวใจก็แล่นมาจากอก
ประหนึ่งมีคนใช้มีดแทงอกเขาอย่างแรง แล้วบิดคว้านอยู่ข้างในสองรอบ ความเจ็บปวดทำให้เขาแทบหมดสติ
ในสมองคล้ายมีเสียงหนึ่งพร่ำบอกเขาไม่หยุดว่า
“เจ้ารักโจวเสวียยิน รักนางยิ่งนัก เพื่อ นางแล้วเจ้าสละได้ทุกสิ่ง แม้แต่ชีวิตของตนเอง!”
“โจวเสวียยินคือทุกสิ่งของเจ้า เจ้ารักนางจนฝังลึกถึงกระดูก”
……
ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เช่นนั้น!
ใบหน้าเซียวจิ่วเยวียนบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เขารู้สึกราวกับศีรษะกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
เสียงในสมองกำลังฉุดรั้งสติสัมปชัญญะของเขา
