“โครม!”
เสียงข้าวของแตกดังขึ้นไม่ขาดสาย
เป็นระยะยังมีเสียงยั่วโมโหของเด็กอ้วนตัวน้อยแทรกเข้ามาด้วย
“จับข้าไม่ทันหรอก ฮ่า ๆ ๆ… พวกไก่อ่อน!”
“พวกเจ้าไม่ได้กินข้าวมาหรือ เหตุใดวิ่งช้านัก?”
“วิ่งให้เร็วขึ้นหน่อย เหนื่อยอะไรนักหนา ข้าจะหลับอยู่แล้ว”
…
เด็กอ้วนตัวน้อยช่างชวนให้โมโหยิ่งนัก เขาจงใจวิ่งเข้าไปในตำหนักของพระสนมอวี๋
ทั้งยังเลือกทุบทำลายแต่ข้าวของราคาแพง
แจกันพระราชทาน ต้นปะการัง ของตั้งประดับแกะสลักจากหยก…
ไม่ว่าจะของแพงหรือของถูก เขาก็ทุบทำลายจนหมดในคราวเดียว
ราวกับฝูงตั๊กแตนยกขบวนผ่านไป ที่ใดที่มันย่างกราย ที่นั่นก็ไม่เหลือสิ่งใดไว้เลย
อย่าเห็นว่าเขาอ้วนเชียว ท่าทางคล่องแคล่วว่องไวยิ่งนัก
เหล่านางกำนัลและแม่นมต่างได้รับการปรนนิบัติอย่างสุขสบายอยู่ในวัง วันปกติมีงานอะไรสักอย่างก็เพียงสั่งนางกำนัลกับขันทีผู้น้อยให้ไปทำ
ยามนี้พอไล่ตามเด็กอ้วน จึงได้รู้ว่ากำลังวังชาของตนไม่ไหวแล้ว
ไล่ตามไปได้สักพัก แต่ละคนก็หอบหายใจถี่
ที่สำคัญคือจับคนก็ไม่ได้ ข้าวของยังถูกทุบจนเกลี้ยงอีกด้วย
เด็กอ้วนเหนื่อยแล้ว จึงปีนขึ้นต้นไม้เพียงไม่กี่อึดใจ
จากนั้นนั่งมองพวกเขาจากบนต้นไม้ด้วยท่าทีเหนือกว่า
“อ้าว เหตุใดพวกเจ้าไม่ขึ้นมาล่ะ? มาจับข้าสิ ไม่ขึ้นมาแล้วจะจับข้าได้อย่างไร?”
“หรือว่าพวกเจ้าไม่กล้าปีนต้นไม้? โอ้โห พวกเจ้าขี้ขลาดถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
…
น้ำเสียงยียวนของเด็กอ้วนชวนให้โมโหยิ่งนัก
พระสนมอวี๋โกรธจนใบหน้าคล้ำเขียว
นางกัดฟันสั่งทันทีว่า “คนมา! ยิงเขาลงมาให้ข้า ไม่ต้องสนว่าจะเป็นหรือตาย!”
พอสิ้นคำ เด็กอ้วนบนต้นไม้ก็นั่งไม่ติด
“พระสนมอวี๋ เจ้าไร้ยางอาย!”
