ก่อนเริ่มงานเลี้ยงฉลองวันเกิด ยังมีพิธีการอีกอย่างหนึ่ง
เรียกว่าการขานชื่อของขวัญอวยพร
เป็นการประกาศเสียงดังถึงของขวัญวันเกิดที่ลูกหลานในตระกูลมอบให้ผู้อาวุโส
เพื่อแสดงความกตัญญูของคนรุ่นหลังด้วย
ไม่นานก็ถึงคราวหรงเจียวเจียว
ของขวัญที่นางมอบคือฉากอักษรอายุยืน เป็นอักษรคำว่าอายุยืนที่ปักด้วยลวดลายอักษรแตกต่างกันถึงหนึ่งร้อยแบบ
แก้มหรงเจียวเจียวขึ้นสีแดงระเรื่อ สายตาที่มองหรงกั๋วกงเปี่ยมด้วยความเคารพรัก
“ฉากอักษรอายุยืนผืนนี้ หลานใช้เวลาถึงสามเดือนปักด้วยมือตนเอง แม้แต่ด้ายทองที่ใช้ปักลวดลายก็ผ่านการถวายบูชาอยู่หน้าหอพุทธมานานกว่าสามเดือน ทุกวันหลานจะคุกเข่าต่อหน้าพระพุทธองค์ อธิษฐานอย่างจริงใจให้ท่านปู่มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนถึงร้อยปี!”
สิ้นเสียงหรงเจียวเจียว เสียงมากมายก็พลันดังขึ้นโดยรอบ
“ปักฉากอักษรอายุยืนผืนหนึ่งนานถึงสามเดือน คุณหนูหรงช่างมีความกตัญญูยิ่งนัก”
“หรงกั๋วกงไม่เคยรักหลาน ๆ เสียเปล่า ดูของขวัญที่แต่ละคนมอบให้ ล้วนใส่ใจเป็นอย่างดี”
“เมื่อครู่ใครพูดว่าคุณหนูหรงไม่ใช่สายเลือดของจวนหรงกั๋วกง ช่างน่าขันสิ้นดี”
“ปักฉากอักษรอายุยืนได้แล้วจะกลายเป็นสายเลือดของจวนหรงกั๋วกงหรือ? เช่นนั้นหากข้าปักมังกรทะยานฟ้าสักตัว ฝ่าบาทก็มิกลายเป็นบิดาแท้ ๆ ของข้าหรอกหรือ?”
……
เสียงนั้นถูกกลบหายไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงชื่นชมหรงเจียวเจียวจากคนอื่น ๆ
“เมื่อเทียบกับท่านปู่แล้ว สิ่งที่หลานทำเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเหลือเกิน” แม้แววภาคภูมิใจในดวงตาหรงเจียวเจียวจะปิดไม่มิด ทว่ายามเอ่ยปากกลับถ่อมตนยิ่งนัก
