“โอ๊ย ท่านปู่พ่อบ้าน ข้าเผลอถีบประตูห้องพังอีกแล้ว รีบให้คนมาซ่อมประตูที!”
เสียงโวยวายของจิ่วจิ่วดังมาแต่ไกล
“คุณหนูน้อยเอ๋ย นี่เป็นประตูบานใหญ่บานที่สิบเจ็ดที่เจ้าถีบพังในเดือนนี้แล้ว คราวหน้าช่วยเบามือหน่อยได้หรือไม่?”
ปากพ่อบ้านชราพูดเช่นนั้น ทว่าพอหันหลังกลับก็อวดคนอื่นว่าจวิ้นจู่น้อยของตนมีพละกำลังแต่กำเนิด ทั้งองอาจและเก่งกาจ เพียงถีบครั้งเดียวก็ทำประตูหนักกว่าร้อยชั่งพังได้ เก่งกาจไม่แพ้องค์ไท่จื่อ
“เสี่ยวหนิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
จิ่วจิ่วบุกเข้ามาหยุดข้างเตียง แล้วถามไป๋เสี่ยวหนิง
ก่อนหน้านี้พอได้ยินเสียงจิ่วจิ่ว ไป๋เสี่ยวหนิงก็ร้อนใจอยากลุกขึ้น ทว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรงแม้แต่น้อย ยังไม่ทันลงจากเตียงก็ทรุดกลับลงไป
ครั้นจิ่วจิ่วบุกเข้ามา ก็เห็นไป๋เสี่ยวหนิงรีบร้อนคว้าผ้าห่มมาปกปิดรอยที่หลงเหลืออยู่บนร่างจากเมื่อคืน
“โธ่ ไม่ต้องบังหรอก ข้ารู้ว่าเจ้ากับเสี่ยวเยวียนจื่อพลอดรักกันแล้ว”
พูดจบจิ่วจิ่วก็ยกมือปิดปากหัวเราะคิกคักอย่างเจ้าเล่ห์
นางยังขยิบตายักคิ้วให้ไป๋เสี่ยวหนิงไปด้วย
“เป็นอย่างไรบ้าง เสี่ยวหนิงเอ๋อร์ รู้สึกดีหรือไม่? เสี่ยวเยวียนจื่อทำได้ดีหรือเปล่า? ข้าจะบอกให้ เสี่ยวเยวียนจื่อมีเจ้าคนเดียว ฝีมือย่อมต้อง... อื้อ ๆ ๆ...”
จิ่วจิ่วยังพูดไม่ทันจบ ปากก็ถูกไป๋เสี่ยวหนิงปิดไว้
ไป๋เสี่ยวหนิงหน้าแดงก่ำพลางเอ่ยกับจิ่วจิ่วว่า “ข้าไม่เป็นไร เขาดีมาก เจ้าอย่าพูดต่อเลย”
จิ่วจิ่วถูกปิดปากจนแทบกลอกตาขาว
ไป๋เสี่ยวหนิงถึงได้รู้ตัว แล้วคลายมือออก
“ขอโทษนะ จิ่วจิ่ว เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” ไป๋เสี่ยวหนิงรีบมองนางด้วยความห่วงใย
