เซียวจิ่วเยวียนพาเย่ลี่เสวียนและคนอื่น ๆ ออกจากเมืองไปรับองค์หญิงใหญ่ทันที
ยามจิ่วจิ่วได้รับข่าวก็เป็นเวลาโพล้เพล้แล้ว
ไม่รู้เพราะเหตุใด หลังจากรู้ว่าเซียวจิ่วเยวียนออกจากเมืองไป จิ่วจิ่วก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
คล้ายกำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น
ความรู้สึกกระวนกระวายนี้ยืดเยื้อมาจนถึงยามค่ำ
จิ่วจิ่วนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง ทว่าไม่อาจข่มตาหลับได้ จู่ ๆ หน้าต่างก็เปิดออก
เงาร่างสีแดงสายหนึ่งปรากฏขึ้นข้างเตียงของจิ่วจิ่ว
“เลิกแสร้งเถิด ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่หลับ”อู๋ซินยื่นมือมาจิ้มหน้าผากจิ่วจิ่ว
เมื่อได้ยินเสียงอู๋ซิน จิ่วจิ่วก็ลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง
“เป็นเจ้านี่เอง ทำเอาข้าตกใจหมด”
จิ่วจิ่วมองอู๋ซินตั้งแต่หัวจรดเท้า“ช่วงนี้เจ้าไปทำอะไรมา เห็นหายตัวลึกลับอยู่ทุกวี่วัน”
อู๋ซินถอนใจ“อย่าเพิ่งพูดถึงเลย อาจารย์ใช้ให้ข้าไปจัดการธุระบางอย่าง ข้าวิ่งไปถึงดินแดนเหมียวเจียงจนแทบแย่”
“ไปดินแดนเหมียวเจียงทำอะไรหรือ”จิ่วจิ่วสนใจดินแดนเหมียวเจียงในตำนานยิ่งนัก จึงถามอู๋ซินต่อ“ที่นั่นสนุกหรือไม่ มีแมลงกู่มากมายใช่หรือไม่ เจ้าได้นำของขึ้นชื่อกลับมาให้ข้าเล่นบ้างหรือเปล่า”
อู๋ซินทำสีหน้ารังเกียจ“แมลงพวกนั้นน่าขยะแขยงยิ่งนัก เจ้าอย่าแตะต้องเชียว”
เขาล้วงอัญมณีสีเขียวขนาดเท่ากำปั้นออกจากอกเสื้อแล้วยื่นให้จิ่วจิ่ว“เอ้า ได้ยินว่านี่เป็นอัญมณีที่มีเฉพาะเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ มอบให้เจ้าเอาไว้เล่น”
“พี่ชายอู๋ซินช่างดียิ่ง”จิ่วจิ่วประคองอัญมณีไว้ พลางยิ้มจนหุบปากไม่ลง
พูดคุยกันไปสักพัก จู่ ๆ อู๋ซินก็เอ่ยขึ้นว่า“วันนี้ตอนข้ากลับมา พบว่ามีผู้ประสบภัยอยู่ชานเมืองเป็นจำนวนมาก เกิดภัยพิบัติขึ้นที่ใดหรือ”
