เจียงเจวี๋ยไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะพลิกผันได้ถึงเพียงนี้
เมื่อเห็นใบหน้าเย้ยหยันดูแคลนของกู่เยว่ซี เจียงเจวี๋ยจึงเพิ่งตระหนักว่าตนถูกอีกฝ่ายหลอกเข้าให้แล้ว
“หึ ๆ... ไม่นึกเลยว่าพี่กู่จะมีฝีมือการแสดงยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ ข้าน้อยสู้ไม่ได้จริง ๆ”
กู่เยว่ซียกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มดูไม่ยี่หระต่อสิ่งใด ทว่าสายตากลับเย็นเยียบดุจเหล็กกล้า “องค์ชายรองแห่งแคว้นเชียง สามารถปิดบังผู้คนทั้งใต้หล้า หลอกทุกคนจนหัวหมุนได้ ทั้งฝีมือและการแสดงของท่านล้วนมิใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเทียบได้”
เจียงเจวี๋ยหัวเราะเยาะตนเอง “หากคำนี้ออกจากปากผู้อื่น ข้ายังพอรับฟังได้ แต่เมื่อออกจากปากพี่กู่ กลับทำให้ข้าละอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี”
“ข้าก็เป็นเพียงนักโทษ พี่กู่อย่าได้หัวเราะเยาะข้าเลย”
“พี่เจียงช่างเป็นคนมีอารมณ์ขัน หากมิใช่เพราะจุดยืนต่างกัน ข้าคงอยากผูกสัมพันธ์เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับพี่เจียงจริง ๆ” น้ำเสียงของกู่เยว่ซีเจือความเสียดายอยู่หลายส่วน
เจียงเจวี๋ยส่ายหน้าเช่นกัน “ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน”
กู่เยว่ซีหาวพลางกล่าวว่า “เอาละ บัดนี้พี่เจียงบอกข้าได้แล้วว่าเหตุใดจึงอุตส่าห์วางแผนเข้ามาใกล้ข้า”
เจียงเจวี๋ยกล่าวว่า “หากข้าบอกว่าเพียงอยากผูกมิตรกับพี่กู่ ท่านจะเชื่อหรือไม่?”
“ท่านคิดว่าข้าควรเชื่อหรือ?” กู่เยว่ซีถามเจียงเจวี๋ยด้วยรอยยิ้มคล้ายยิ้มไม่คล้ายยิ้ม
เจียงเจวี๋ยยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยน “ข้าคิดว่าท่านไม่เชื่อ มิฉะนั้นข้าคงไม่ถูกขังอยู่ที่นี่”
แววตาของกู่เยว่ซีพลันคมกริบขึ้น ในดวงตาที่มองเจียงเจวี๋ยมีประกายสังหารอยู่หลายส่วน
