แววเจ้าเล่ห์วูบผ่านดวงตาของจักรพรรดิจิ้นยวนตี้
เขาคิดจะสละราชบัลลังก์ให้ไท่จื่อมานานแล้ว
แต่ไท่จื่อยืนกรานปฏิเสธไม่ยอมรับ
บัดนี้ก็เหมาะเจาะพอดี จะได้ส่งต่อบัลลังก์ให้ไท่จื่ออย่างสมเหตุสมผล
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้คิดอย่างนึกสนุก
ไม่รู้ว่าหากไท่จื่อรู้ว่าบุตรสาวสุดที่รักของเขาแย่งบัลลังก์ที่เขาปฏิเสธหัวชนฝามาให้ จะมีสีหน้าเช่นไร
ฮ่า ๆ ๆ...
“อย่าพูดมาก รีบเขียนเสีย” จิ่วจิ่วเร่งอย่างหมดความอดทน
มุมปากของจักรพรรดิจิ้นยวนตี้กระตุกสองครั้ง ก่อนส่งสัญญาณให้ขันทีใหญ่เข้ามาฝนหมึกเตรียมพู่กัน
ขันทีใหญ่เหลือบมองจิ่วจิ่ว คล้ายอยากเอ่ยแต่ก็ไม่เอ่ย
ช่วงนี้ฝ่าบาทตรัสเรื่องสละราชบัลลังก์กับไท่จื่อหลายครั้ง ทว่าถูกไท่จื่อปฏิเสธทุกครา
แต่จวิ้นจู่น้อยกลับช่วยไท่จื่อแย่งบัลลังก์กลับมาได้เสียอย่างนั้น
ไม่รู้ว่าเมื่อไท่จื่อทรงทราบเรื่องนี้ จะมีปฏิกิริยาเช่นไร
ไม่นาน ราชโองการสละราชบัลลังก์ของจักรพรรดิจิ้นยวนตี้ก็เขียนเสร็จ
ทันทีที่ประทับตราหยกแผ่นดิน จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ก็เผยรอยยิ้มโล่งอก
“หย่งอาน ข้าต้องขอบใจเจ้าแล้ว!”
จิ่วจิ่วหันไปมองจักรพรรดิจิ้นยวนตี้ พลางคิดในใจว่า ตาเฒ่านี่คงโดนนางทำให้โมโหจนเสียสติไปแล้วกระมัง
เห็นตาเฒ่ามองราชโองการสืบราชบัลลังก์ นางนึกว่าเขาเกิดเปลี่ยนใจ จึงคว้าราชโองการมาไว้ด้านหลังทันที
จากนั้นก็ถลึงตามองจักรพรรดิจิ้นยวนตี้ราวกับปูตัวน้อย “ท่านเสียใจแล้วใช่หรือไม่? บอกไว้ก่อนว่าสายไปแล้ว! เขียนราชโองการสืบราชบัลลังก์แล้ว ต่อให้ท่านไม่ยอมสละราชบัลลังก์ก็ต้องสละ!”
“หากกล้ากลับคำ ระวังข้าจะจับท่านขังไว้ แล้วให้คนหน้าตาอัปลักษณ์ร้อยคนไปปรนนิบัติท่านทุกวัน!”
