“พวกเจ้า...กำลังทำอะไรกัน?”
ไป๋เสี่ยวหนิงเบิกตากว้าง มองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
ชั่วขณะนั้น ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัวนาง
เหตุใดเซียวจิ่วเยวียนจึงไม่สนใจสตรี?
ที่แท้ มิใช่ว่าเขาไม่สนใจสตรี
แต่เขาชอบบุรุษ!
ไป๋เสี่ยวหนิงยืนนิ่งราวกับถูกฟ้าผ่า สีหน้าตื่นตะลึง จิตใจสับสน
“หลีกไป” สือหวยเหยียนโบกมือใหญ่ ผลักเซียวจิ่วเยวียนออก
เซียวจิ่วเยวียนเตะข้อเท้าสือหวยเหยียนอย่างแรงราวกับจงใจเอาคืน
สือหวยเหยียนที่ยังยืนไม่มั่นเจ็บข้อเท้า จึงล้มลงอีกครั้ง
บังเอิญยิ่งนักที่ร่างเขาทับลงบนตัวเซียวจิ่วเยวียน
ร่างของทั้งสองที่เพิ่งแยกจากกัน พลันซ้อนทับกันอีกครา
“ซี๊ด...”
“อ๊า!”
ทั้งสองส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกัน
ไป๋เสี่ยวหนิงกับสตรีคนอื่น ๆ ในห้องเห็นแล้วต่างพากันจุ๊ปาก
นี่มัน...
ยามนั้น ศีรษะน้อย ๆ ของจิ่วจิ่วโผล่ออกมาจากด้านหลังไป๋เสี่ยวหนิง
เมื่อเห็นเซียวจิ่วเยวียนกับสือหวยเหยียนกอดเกยกันอยู่ นางก็ร้องเสียงดังว่า “ซือหูหู เสี่ยวเยวียนจื่อ ที่แท้พวกท่านมีสัมพันธ์เช่นนี้นี่เอง!”
เซียวจิ่วเยวียนกับสือหวยเหยียนเพิ่งตระหนักได้ว่าท่าทางของพวกตนในยามนี้ชวนให้คนเข้าใจผิด
ทั้งสองพลันผลักกันออก แล้วรีบลุกขึ้นยืน
ยังไม่ทันได้เอ่ยปากอธิบาย จิ่วจิ่วก็ลูบคาง ทำหน้าลำบากใจพลางถามว่า “ข้าควรเรียกเสี่ยวเยวียนจื่อว่าท่านแม่ หรือเรียกซือหูหูว่าท่านพ่อดี?”
“นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน...”
“หุบปาก!”
เซียวจิ่วเยวียนกับสือหวยเหยียนเพิ่งเอ่ยปาก ก็ถูกจิ่วจิ่วขัดขึ้นเสียก่อน
จิ่วจิ่วหันไปถามไป๋เสี่ยวหนิงว่า “เสี่ยวหนิงเอ๋อร์ เจ้าไม่รังเกียจหรือ หากมีสามีสองคน?”
คราวนี้ถึงคราวไป๋เสี่ยวหนิงจุ๊ปากบ้าง
นางจ้องจิ่วจิ่วอย่างตกตะลึงและสับสน ในหัวว่างเปล่าไปหมด
