วันงานเลี้ยงในวัง
ทางด้านนี้ จิ่วจิ่วเพิ่งมาถึง ก็มีเด็กอ้วนคนหนึ่งวิ่งมาหานาง พลางร้องเรียกเสียงใสว่า
“พี่ใหญ่ ในที่สุดท่านก็มาสักที”
จะเป็นใครไปได้ หากไม่ใช่ซูเสี่ยวเป่า
เซียวจิ่วเยวียนกวาดตามองซูเสี่ยวเป่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
เขาเหลือบมองจิ่วจิ่วด้วยแววตารังเกียจเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “ไปนั่งก่อน”
กล่าวจบ เขาก็ไม่สนใจซูเสี่ยวเป่า ก้าวเท้าจะเดินไปข้างหน้า
ใครจะคาดคิดว่าซูเสี่ยวเป่าพลันก้มคำนับเขาเก้าสิบองศา แล้วร้องเรียกเสียงใสว่า “พี่ใหญ่ของพี่ใหญ่ สวัสดีขอรับ”
ชั่วพริบตา สายตาของคนรอบข้างก็พากันจับจ้องมาที่พวกเขา
เซียวจิ่วเยวียนรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
ขายหน้า!
เขาถลึงตามองเด็กอ้วนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์
ทว่าซูเสี่ยวเป่ากลับยิ้มราวกับคนโง่เง่า ราวกับไม่รู้สึกถึงความโกรธของเขาเลยแม้แต่น้อย
“เสี่ยวเยวียนจื่อ เจ้าไปเล่นก่อนเถิด อีกสักพักข้าจะไปหา”
จิ่วจิ่วตบหลังมือเซียวจิ่วเยวียนเบา ๆ แล้วกล่าวราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อย
เซียวจิ่วเยวียนปรายตามองนาง ก่อนทิ้งท้ายว่า “อืม อย่าวิ่งไปทั่ว” แล้วก้าวเท้าเดินจากไป
ซูเสี่ยวเป่าดึงจิ่วจิ่วไปข้าง ๆ “เจ้าจะทำอะไร?”
นางสะบัดมือออกจากมือของซูเสี่ยวเป่า
ซูเสี่ยวเป่าขยิบตาให้จิ่วจิ่ว พลางถามว่า “พี่ใหญ่ มีข่าวฉาวร้อน ๆ สดใหม่ จะฟังหรือไม่?”
มีข่าวฉาวให้ฟังหรือ?
จิ่วจิ่วพลันตื่นเต้นขึ้นมา
นางถามซูเสี่ยวเป่าทันทีว่า “เรื่องอะไร เล่ามาให้ฟังสิ”
“ก็คือ... เอ๊ะ พวกเจ้าเป็นใครกัน?” ซูเสี่ยวเป่าเพิ่งเริ่มพูด ก็สังเกตเห็นว่าด้านหลังมีศีรษะเล็ก ๆ เพิ่มขึ้นมาหลายหัว
จิ่วจิ่วโบกมือเร่งเขา “ล้วนเป็นพวกเดียวกัน เล่าต่อสิ ข่าวฉาวอะไร?”
