จิ่วจิ่วพาหรูเหนียงเดินไปยังทิศทางหนึ่งอย่างคุ้นเคย ราวกับเข้าไปในที่ไร้ผู้คน
หรูเหนียงเดินตามหลังนางมาโดยไม่เอ่ยคำใด
ทุกย่างก้าว ดวงตาของนางล้วนเผยความเจ็บปวดและลังเล
“ถึงแล้ว”
จู่ ๆ จิ่วจิ่วก็หยุดฝีเท้า
หรูเหนียงเงยหน้ามองไปเบื้องหน้า
ตรงนั้นมีประตูไม้บานเล็กเก่าคร่ำคร่า ซึ่งสั่นคลอนราวกับจะพังลงได้ทุกเมื่อ
นางหันมองจิ่วจิ่ว แววตาเจือคำถามและความหวังริบหรี่ที่แทบสังเกตไม่เห็น
จิ่วจิ่วพยักหน้าให้นาง เป็นสัญญาณให้ผลักประตู
“เอี๊ยด—”
หรูเหนียงลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็ยื่นมือออกไปผลักประตู
เบื้องหลังประตูที่เปิดออกคือหญิงชราผู้หนึ่ง สวมเสื้อผ้าเรียบง่าย
ข้างกายนางยังมีเด็กหญิงอายุราวแปดถึงเก้าขวบอยู่ด้วย
ยามนี้ทั้งสองกำลังนั่งยอง ๆ ซักผ้าอยู่ข้างบ่อน้ำ
เบื้องหน้าพวกนางมีอ่างผ้ากองพูนสูงหลายใบ
ทว่าทั้งคู่กลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เด็กหญิงส่งเสียงหัวเราะสดใสราวกับนกขมิ้นไม่ขาดสาย
จนมุมปากของหญิงชราพลอยยกขึ้นตามไปด้วย
ภาพตรงหน้าอบอุ่นยิ่งนัก
ทว่าหรูเหนียงกลับจ้องใบหน้าของเด็กหญิง พลันยืนนิ่งงันอยู่กับที่
เป็นนาง!
เป็นบุตรสาวของนาง!
หรูเหนียงไม่เคยนึกฝันเลยว่า บุตรสาวที่นางตามหามาหลายปีจะอยู่ใกล้เพียงนี้ ใต้จมูกของนางเอง
“ไปเถิด!” จิ่วจิ่วมองหรูเหนียงผู้ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก เอ่ยเพียงสองคำ
หรูเหนียงสาวเท้าอย่างโซเซเข้าไปหาเด็กหญิง
เด็กหญิงเห็นหรูเหนียงเดินมาหยุดตรงหน้า ดวงตาก็เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
นางกางแขนปกป้องหญิงชราไว้ด้านหลัง ก่อนเอ่ยกับหรูเหนียงด้วยท่าทีขึงขังแต่ใจหวั่น “เจ้าเป็นใคร คิดจะทำอะไร?”
