“อะไรนะ? เป็นไปไม่ได้” หรงกั๋วกงกล่าวหนักแน่น
จิ่วจิ่วเอียงศีรษะมองหรงกั๋วกง แล้วถามเขาว่า “เหตุใดจึงเป็นไปไม่ได้?”
“เรื่องที่ท่านเล่าเมื่อครู่นี้เหมือนกับที่ข้าสืบมา เพียงแต่สิ่งที่ข้าสืบพบมีมากกว่าของหรงกั๋วกงอยู่บ้าง อีกทั้งยังตามไปพบสุสานของนางกำนัลที่คลอดยากผู้นั้น แล้วขุดกระดูกของนางขึ้นมาได้ ก็เท่านั้น”
เมื่อกล่าวถึงการขุดกระดูกขึ้นมา จิ่วจิ่วก็ตบมือสองครั้ง
ทันใดนั้น องครักษ์ลับก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมถาดที่คลุมด้วยผ้าขาว
จิ่วจิ่วออกคำสั่ง
องครักษ์ลับก้าวเข้าไปจับมือของลั่วหมิงเฉิน กรีดปลายนิ้ว เลือดไหลหยดลงบนกระดูกท่อนหนึ่งที่เผยให้เห็นหลังเปิดผ้าขาว
หยดเลือดตกลงบนกระดูก แล้วซึมหายเข้าไปในทันที
จิ่วจิ่วกล่าวว่า “พวกท่านดูสิ เลือดผสานเข้าด้วยกัน นี่พิสูจน์ได้ว่าลั่วหมิงเฉินเป็นบุตรแท้ ๆ ของเจ้าของกระดูกชิ้นนี้”
หรงกั๋วกงแค่นเสียงเย็นชา “แล้วอย่างไร? จวิ้นจู่ลงแรงจัดการเรื่องนี้เสียใหญ่โต ก็เพื่อพิสูจน์ว่าคุณชายรองลั่วเป็นองค์ชายที่ฝ่าบาททำตกหล่นไว้ภายนอกอย่างนั้นหรือ?”
กล่าวจบ หรงกั๋วกงก็เอ่ยเยาะเย้ย “ผลลัพธ์ในยามนี้ จวิ้นจู่พอใจหรือไม่?”
“พอใจ พอใจยิ่งนัก” จิ่วจิ่วพยักหน้า
จากนั้นนางก็หันไปมองฝูเป่า มุมปากยกขึ้น เผยแววท้าทายอยู่หลายส่วน
“คุณหนูเจ็ดตระกูลลั่ว ท่านพอใจกับผลลัพธ์นี้หรือไม่?”
ประโยคนี้จิ่วจิ่วถามฝูเป่า
เมื่อฝูเป่าเห็นจิ่วจิ่วยิ้มให้ หัวใจก็พลันมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
เซียวจิ่วจิ่วจะยอมแพ้ง่าย ๆ เช่นนี้หรือ?
