“หึ หึหึ”
จิ่วจิ่วกลอกตา ก่อนแค่นเสียงเย็นชาแล้วเดินเฉียดผ่านข้างกายเด็กหนุ่มไป
กิจการของหอคืนต้นกำเนิดรุ่งเรืองอย่างยิ่ง ชิงอู๋จึงให้คนจองที่นั่งไว้ล่วงหน้า
เสี่ยวเอ้อพาพวกเขาไปนั่งตรงที่นั่งริมหน้าต่าง
จิ่วจิ่วถามเสี่ยวเอ้อว่า “พี่ชายเสี่ยวเอ้อ หอคืนต้นกำเนิดของพวกเจ้ามีอาหารขึ้นชื่ออะไรบ้าง ช่วยแนะนำสักหน่อย”
“แขกท่านนี้เป็นคนต่างถิ่นหรือขอรับ? อาหารทุกจานของหอคืนต้นกำเนิดล้วนมีเอกลักษณ์ รับรองว่าท่านหากินที่อื่นไม่ได้แน่ หากจะกล่าวถึงอาหารที่โดดเด่นที่สุดก็ต้องเป็น...”
เสี่ยวเอ้อพูดจาฉะฉาน ปากหวานก้นเปรี้ยว ชมเชยหอคืนต้นกำเนิดเสียจนเลิศลอย
เขายังพรรณนารสชาติอาหารขึ้นชื่อของหอคืนต้นกำเนิดด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม จนจิ่วจิ่วฟังแล้วหิวตาม
“เช่นนั้นก็เอาอาหารหลายจานที่เจ้าพูดเมื่อครู่...”
จิ่วจิ่วยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกขัดขึ้นเสียก่อน
แขกมิได้รับเชิญผู้หนึ่งนั่งลงตรงข้ามจิ่วจิ่ว
อีกทั้งยังตีสนิทกับเสี่ยวเอ้อ สั่งอาหารหลายอย่าง “หอมหยกเต็มเรือน หัวสิงโตปู เนื้อหมูตุ๋นสูตรท่านอาจารย์เฉิน...”
“พอแล้ว เอามาเท่านี้ก่อน”
“ได้เลยขอรับ” เสี่ยวเอ้อรินชาให้พวกเขาเสร็จแล้วก็หันหลังจะเดินจากไป
เพิ่งหันไปก็ถูกเรียกไว้ “ประเดี๋ยวก่อน”
“นี่ เจ้าเป็นใครกัน? ข้าสนิทกับเจ้าหรือ?” จิ่วจิ่วมองแขกมิได้รับเชิญตรงหน้าด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
กล่าวจบ นางถลึงตาใส่เขาอย่างแรง ก่อนเรียกเสี่ยวเอ้อกลับมาแล้วเอ่ยว่า “อย่าไปฟังเขา เอาอาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดของพวกเจ้ามาให้ข้า”
เสี่ยวเอ้อได้ยินดังนั้นก็หันมามองจิ่วจิ่วอย่างประหลาดใจ
