“กระบี่ศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์แคว้นหายไปหรือ?”
จิ่วจิ่วไม่เคยคาดคิดเลยว่า ข่าวร้ายที่จุยอิ่งนำมาจะเป็นเรื่องนี้
นางนึกถึงอีกเรื่องขึ้นมาได้ทันที จึงถามจุยอิ่งว่า “กระบี่ศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์แคว้นอยู่ในความดูแลของราชครูมาโดยตลอด เหตุใดจึงหายไปได้?”
“ทางราชครูว่าอย่างไรบ้าง?”
จุยอิ่งกล่าวว่า “ราชครูเพิ่งเข้าวัง บัดนี้กำลังกราบทูลเรื่องนี้กับฝ่าบาท ฝ่าบาททรงให้ข้ามารับจวิ้นจู่ไปพบพ่ะย่ะค่ะ”
การหายไปของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์แคว้นเป็นเรื่องใหญ่ จิ่วจิ่วจึงตามจุยอิ่งไปในทันที
ตำหนักบรรทมของเซียวจิ่วเยวียน
ราชครูกำลังนั่งสนทนาบางอย่างกับเซียวจิ่วเยวียน บรรยากาศเคร่งขรึมยิ่งนัก
เมื่อเห็นนางมา ทั้งสองก็หยุดหัวข้อสนทนาเมื่อครู่ลงพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
“จิ่วจิ่วมาถึงแล้ว” เซียวจิ่วเยวียนยื่นมือให้นางนั่งข้างกาย
สายตาของราชครูก็จับจ้องมาที่จิ่วจิ่วเช่นกัน
“จวิ้นจู่น้อย ไม่ได้พบกันเสียนาน”
“ข้าสบายดี เจ้าไม่อยู่เก็บตัวที่หอชมดาว แล้วออกมาทำเรื่องชั่วร้ายอันใดอีกเล่า?” จิ่วจิ่วเหลือบมองราชครู พลางกล่าวประชดประชัน
ราชครูไม่โกรธแม้ถูกจิ่วจิ่วประชด ทั้งยังยกมุมปากยิ้มเล็กน้อย
จิ่วจิ่วกลอกตาใส่แล้วไม่สนใจเขา
นางไม่ลืมจุดประสงค์ที่มา จึงถามเซียวจิ่วเยวียนทันทีว่า “เสี่ยวเยวียนจื่อ กระบี่ศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์แคว้นเป็นอย่างไรกันแน่? อยู่ดี ๆ เหตุใดจึงหายไป?”
ประโยคสุดท้ายนั้นนางหันไปมองราชครู
เซียวจิ่วเยวียนก็มองราชครูเป็นเชิงให้เขาอธิบาย
ราชครูกล่าวทันทีว่า “เมื่อคืนมีคนได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากหอชมดาว เวลานั้นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์แคว้นยังอยู่ วันนี้บ่าวไพร่ไปถวายผลไม้บูชา จึงพบว่ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์แคว้นหายไปแล้ว”
