ใบหน้าของหรงกั๋วกงพลันเปลี่ยนสีสันไปสารพัด
โดยเฉพาะยามมองจิ่วจิ่ว แววตายิ่งหลากหลายจนยากบรรยาย
จิ่วจิ่วยิ้มอย่างไร้เดียงสา สบตาเขาพลางกล่าวย้ำถ้อยคำเมื่อครู่อีกครั้ง
“อีกประเดี๋ยว ข้าจะให้คนนำทองคำหนึ่งหมื่นตำลึงไปส่งที่ตำหนักบูรพา”
ถ้อยคำนี้แทบจะถูกหรงกั๋วกงเค้นออกมาทีละคำจากซอกฟัน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของจิ่วจิ่วยิ่งเบิกบานสดใส
นางบอกแล้วมิใช่หรือว่านางเป็นผู้มีวาสนา!
ดูสิ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ขยับปากก็มีคนเอาทองคำมาส่งให้ถึงที่
ตั้งหนึ่งหมื่นตำลึงเชียวนะ!
“หรงกั๋วกงช่างใจกว้างนัก คราวหน้าหากต้องการหาคนมาแสดงละคร ก็อย่าลืมเรียกข้าด้วยนะ! ข้ายินดีอย่างยิ่ง!” จิ่วจิ่วยิ้มแย้มราวกับดอกไม้บาน
สีหน้าของหรงกั๋วกงยิ่งย่ำแย่ลงไปอีกหลายส่วน
เขาสูดหายใจลึก พยายามข่มใจไม่ให้กระอักเลือด
ฝืนยิ้มออกมาอย่างยากเย็น ก่อนกล่าวว่า “ข้าน้อยยังมีธุระต้องจัดการ ขอตัวก่อน!”
กล่าวจบก็จากไปโดยไม่หันกลับมา
“หรงกั๋วกงค่อย ๆ เดินนะ หากว่างก็อย่าลืมมาหาข้าเล่นล่ะ!”
จิ่วจิ่วยืนอยู่ที่เดิม ตะโกนไล่หลังหรงกั๋วกง
หรงกั๋วกงสะดุดเท้าจนเกือบล้ม
เมื่อเห็นเช่นนั้น จิ่วจิ่วก็ส่ายหน้า “จุ๊ ๆ แก่แล้วจริง ๆ แม้แต่เดินเหินยังไม่คล่องแคล่ว”
เซียวจิ่วเยวียนเหลือบมองนาง “ฝีมือใครกัน?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?” จิ่วจิ่วทำสีหน้าเหมือนกำลังถามว่า ‘ท่านมีปัญหาหรือไร!’ แล้วมองเซียวจิ่วเยวียน
มุมปากเซียวจิ่วเยวียนกระตุกสองครั้ง
จากนั้นเขาก็กล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “สักวันเจ้าต้องถูกคนจับใส่กระสอบแล้วซ้อมสักยก”
