ยามราตรี ณ หลังเขาของวัดพิทักษ์แคว้น
จิ่วจิ่วก้าวขาสั้น ๆ ไล่ตามไปได้ช่วงหนึ่ง ก็คลาดกับคนผู้นั้นเสียแล้ว
กล้าขโมยหนุ่มน้อยเซียนของข้า ยังคิดจะหนีอีกหรือ!
“เสี่ยวฮุย ช่วยหาตัวใหญ่ ๆ มาให้ข้าสักตัว”
จิ่วจิ่วคว้าเสี่ยวฮุยออกมาจากเรือนผมแล้วโยนออกไป ก่อนตะโกนว่า “ไปเถิด เสี่ยวฮุย!”
ที่จริงนางอยากตะโกนว่า “ไปเลย พิคาชู!”
แต่กลัวเสี่ยวฮุยจะงอน เพราะมันใจแคบเหลือเกิน ทั้งยังชอบหึงหวงอยู่ร่ำไป
ไม่นานนักก็มีเสียงดังมาจากในป่า
จิ่วจิ่วหันกลับไป แล้วก็เห็นหมาป่าตัวหนึ่งซึ่งดวงตาเรืองแสงสีเขียวเดินออกมาท่ามกลางแสงจันทร์ บนหัวของมันมีหนูตัวเล็กสีเทาหม่นนั่งอยู่
“ว้าว พี่หมาป่าเก่งกาจน่าเกรงขามยิ่ง!” จิ่วจิ่วเดินเข้าไปลูบหัวหมาป่าพลางเอ่ยชม
หมาป่าส่งเสียงต่ำ ๆ ในลำคอ ก่อนจะใช้หัวถูมือของจิ่วจิ่วราวกับสุนัขตัวใหญ่
จิ่วจิ่วยิ้มจนดวงตาหยีเป็นเส้น
นางบอกหมาป่าว่า “พี่หมาป่า แบกข้าไปตามหาคนผู้หนึ่งที”
“หงิง ๆ...”
หมาป่าคำรามต่ำ ๆ ในลำคอ ก่อนจะหมอบลงกับพื้นเอง เพื่อให้จิ่วจิ่วปีนขึ้นไปบนหลัง
เมื่อจิ่วจิ่วนั่งมั่นคงแล้ว หมาป่าจึงพุ่งทะยานออกไปดุจลูกธนูที่หลุดจากสาย
ประสาทรับกลิ่นของหมาป่าว่องไวยิ่งนัก
มันตามกลิ่นที่หลงเหลืออยู่ไป ไม่นานก็ไล่ตามคนผู้นั้นทัน
“เอ๊ะ ไม่ถูกสิ พี่หมาป่าหยุดก่อน”
หลังตามคนผู้นั้นทัน จิ่วจิ่วก็เพิ่งตระหนักได้ว่าตนคงเข้าใจผิด
คนที่ถูกลักพาตัวไปดูเหมือนจะไม่ใช่หนุ่มน้อยเซียนของนาง
เป็นสตรีต่างหาก
เสื้อผ้าที่นางสวมคล้ายกับของหนุ่มน้อยเซียน จิ่วจิ่วจึงมองผิดไปเพราะเห็นเพียงแวบเดียวก่อนหน้านี้
