"อ๊ากกก โง่เสียจริง ข้าดูต่อไปไม่ไหวแล้ว"
จิ่วจิ่วย่องเข้าไปเตะน่องเขาหนึ่งที "โง่เขลาเบาปัญญา ออกไปเบื้องหน้าอย่าได้เอ่ยว่าข้าเกิดจากเจ้าเป็นอันขาด น่าอับอายนัก"
"ท่านซื่อจวิ้น เป็นท่านที่ถอนพิษให้ท่านอ๋องใช่หรือไม่" ชิงอู๋ถามด้วยความระมัดระวัง
เซียวจิ่วเยวียนเพิ่งจะเอ่ยปากตำหนิชิงอู๋ว่าอย่าพูดจาเหลวไหล
ครั้นนึกถึงเรื่องที่เมื่อครู่ในตำหนักทรงอักษร ตนได้เห็นกับตาว่าเด็กน้อยตรงหน้าจิ้มหนอนตัวหนึ่งออกมาจากอกของเขา
คำพูดที่จวนจะเอื้อนเอ่ยพลันถูกกลืนกลับลงคอไปในบัดดล
"นอกจากข้าแล้ว ใครจะมีวรยุทธ์สูงส่งปานนี้" จิ่วจิ่วส่งเสียงฮึ
พลางนับนิ้ว เรียงเรื่องที่ตนทำวันนี้ไปทีละอย่าง "ข้าเหนื่อยแทบตายแบกเขาลงกระทะเหล็กใบใหญ่ต้มเสียตั้งนาน แถมยังลากเขาไปนั่งเก้าอี้ใหญ่สีทองอร่ามตัวนั้นตั้งไกล ถือดาบเล่มโต้จ้วงหนอนออกมาให้เขา..."
"ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อไม่ได้ความอย่างเจ้า ข้าจำต้องเหนื่อยถึงเพียงนี้รึ"
จิ่วจิ่วยิ่งพูดก็ยิ่งแค้น ระงับอารมณ์ไม่อยู่ พลันเตะน่องของเซียวจิ่วเยวียนอีกสองที
ลูกกระเดือกของเซียวจิ่วเยวียนขยับขึ้นลง
ดวงตาหม่นลึกจับจ้องใบหน้าน้อยๆ ของจิ่วจิ่ว แสงเย็นเยียบวาบขึ้นในแววตา
"เจ้าไขพิษให้ข้าได้อย่างไร"
ผ่านไปครู่หนึ่ง เซียวจิ่วเยวียนเอ่ยถามจิ่วจิ่ว
จิ่วจิ่วเบิกตากว้างในบัดดล "เจ้าสงสัยข้ารึ"
"ข้าอุตส่าห์ช่วยชีวิตเจ้าอย่างลำเค็ญ เจ้ากลับมาสงสัยข้า"
จิ่วจิ่วโกรธจนหน้าแดงก่ำ เทตัวกู่ในน้ำเต้าน้อยออกมา ตวาดก้องว่าจะยัดกลับเข้าไปในร่างของเซียวจิ่วเยวียนอีกครั้ง
เหงื่อเย็นเยียบผุดเต็มหน้าผากของชิงอู๋
มือไวตาไวรีบเก็บตัวกู่ตัวนั้นใส่ลงในขวดกระเบื้อง
"ท่านซื่อจวิ้นโปรดระงับโทสะ องค์ไท่จื่อมิได้มีเจตนาเช่นนั้น..."
ชิงอู๋เก็บตัวกู่เสร็จ ก็เร่งเข้าไปขวางจิ่วจิ่วที่จะเข้าไปทุบตีเซียวจิ่วเยวียน งานยุ่งจนมือไม้หยุดนิ่งมิได้
จิ่วจิ่วถูกเขาอุ้มถอยออกไปสองก้าว หมัดน้อยๆ ยังคงควงปัดป้อง "ไม่ต้องถอนพิษแล้ว รอให้หนอนกัดกินเจ้าจนสิ้นซากไปเสียเถิด"
"ท่านซื่อจวิ้นอย่าได้โกรธกริ้ว องค์ไท่จื่อมิได้ระแวงสงสัยในตัวท่าน เขากังวลเป็นห่วงท่านต่างหาก...ถูกต้อง องค์ไท่จื่อเป็นห่วงว่าท่านจะได้รับผลกระทบจากพิษร้ายในร่างของเขา เป็นห่วงว่าท่านจะได้รับบาดเจ็บ" ชิงอู๋เร่งพูดหาเหตุผลมาชดเชย
จิ่วจิ่วแก้มป่องด้วยความโกรธ จ้องเขาพลางกล่าว "เจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบรึ วาจาหลอกลวงเช่นนี้ข้าหาได้เชื่อไม่"
"เคืองหนักหนา พ่อไม่ได้ความเช่นนี้ ใครอยากได้ก็เอาไปเสีย ข้าไม่เอาแล้ว"
"เจ้าเรียกชิงอู๋ใช่หรือไม่ ต่อไปนี้เจ้าเป็นพ่อน้อยของข้า เจ้าเรียกข้าว่าท่านอ๋อง ข้าเรียกเจ้าว่าพ่อน้อย ต่างคนต่างเรียกกันไป..."
คำพูดของจิ่วจิ่วยังไม่ทันจบ ก็ถูกชิงอู๋ที่ตัวเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นยกมือขึ้นปิดปาก
"ท่านซื่อจวิ้น ต้องขออภัยด้วย"
ชิงอู๋ค้อมตัวคำนับเซียวจิ่วเยวียนอีกครั้งพลางเอ่ย "กระหม่อมขอประทานอนุญาตให้องค์ชายทรงพักผ่อนสักครู่ กระหม่อมจะไปเชิญท่านชือเฒ่ามาตรวจวินิจฉัยให้องค์ชาย"
กล่าวจบ ก็อุ้มจิ่วจิ่วราวกับสายลมวูบหนึ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
ออกจากตำหนักบรรทมของไท่จื่อ
ชิงอู๋จึงวางจิ่วจิ่วลง
"ท่านซื่อจวิ้นจะเสด็จไปแห่งใด"
จิ่วจิ่วก้าวขาสั้นๆ ออกไป ชิงอู๋ก็เร่งรุดตามไปถาม
จิ่วจิ่วส่งเสียงฮึ กระพุ้งแก้มป่องพลางตอบ "หลีกไป ข้าจะไปชำระสะสางภายใน"
หนังตาของชิงอู๋กระตุกวาบ
แอบคิดในใจ หาใช่เรื่องที่เขาคิดหรอกนะ
เขาเอ่ยถามเชิงหยั่งเชิง "ชำระสะสางที่ท่านซื่อจวิ้นกล่าวถึงคือ..."
"รู้แล้วยังถามอีก"
จิ่วจิ่วถลึงตาใส่ชิงอู๋ เงยคางขึ้นออกคำสั่ง "เจ้า ไปหาไม้พลองมาให้ข้า"
"เอาแบบหนาหน่อยหน่อย วันนี้ข้าจะสั่งสอนเขาสักตั้ง ให้เขารู้ว่าในเรือนนี้ใครเป็นใหญ่"
มุมปากของชิงอู๋กระตุก
บุตรสาวตีบิดา
บิดานี้ยังเป็นถึงองค์ไท่จื่อ
ท่านซื่อจวิ้นกำลังจะฝืนวิถีสวรรค์
"ท่านซื่อจวิ้นโปรดระงับโทสะ"
"ท่านดูเช่นนี้จะเป็นอย่างไร รอถึงพรุ่งนี้ ท่านได้ชำระล้างเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน เปลี่ยนเป็นอาภรณ์ใหม่ ข้าจะเรียกทุกคนในตำหนักบูรพามาคำนับท่านซื่อจวิ้น ให้บ่าวไพร่ทั้งหลายได้เห็นอานุภาพของท่านซื่อจวิ้น"
จิ่วจิ่วพอได้ฟังคำนี้ ก็หยุดฝีเท้าลงในบัดดล
นางหันมามองชิงอู๋อย่างชื่นชม "เจ้าพูดถูก ข้าเพิ่งมาถึงควรตั้งมั่นสร้างอำนาจก่อน"
"เช่นนี้ เจ้าไปมัดตัวพ่อไม่ได้ความของข้ามา พรุ่งนี้ข้าจะตีเขาด้วยไม้พลองกลางตำหนักบูรพาต่อหน้าทุกคน ให้เขารู้ฤทธิ์รู้เดชข้า"
ให้เขาไปมัดองค์ไท่จื่อรึ
ชิงอู๋ตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
มุมปากเขากระตุก เร่งถวายคำแนะนำ "ท่านซื่อจวิ้น ไม่สมควรนัก ท่านเพิ่งมาถึงไม่ควรสร้างศัตรูมากมาย สู้นำตัวบ่าวที่เคยรังแกเหยียดหยามท่านซื่อจวิ้นมาเป็นเครื่องสังเวยดีกว่า"
"เช่นนี้ ก็จะเป็นการประหารไก่ให้ลิงดู แถมยังระบายความแค้นให้ท่านซื่อจวิ้นด้วย"
จิ่วจิ่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า "เจ้าพูดถูก มิอาจเร่งรีบเกินไป"
นางยื่นมือออกไปหมายจะตบบ่าชิงอู๋
น่าเสียดาย ชิงอู๋ตัวสูงเกินไป นางเอื้อมไม่ถึง
ชิงอู๋รู้กาลเทศะอย่างยิ่ง นั่งยองๆ ลงให้มือของท่านซื่อจวิ้นแตะถึงบ่าตน
"เจ้านี้ใช้ได้ ต่อไปนี้เจ้าก็เป็นทาสหมายเลขสองของข้าแล้ว"
จิ่วจิ่วตบบ่าชิงอู๋ รับเขาเป็นทาสหมายเลขสองอย่างใจกว้าง
ชิงอู๋ตกใจจนเหงื่อเย็นแตกพลั่ก เร่งเปลี่ยนเรื่อง
"ท่านซื่อจวิ้น คงทรงหิวแล้วกระมัง ข้าให้คนเตรียมอาหารไว้ให้บ้าง"
ระหว่างที่จิ่วจิ่วกำลังกินข้าว ท่านชือเฒ่าก็เริ่มตรวจวินิจฉัยให้เซียวจิ่วเยวียนแล้ว
"พิกล พิกลนัก ประหลาดยิ่ง เราเตี่ยวยุทธภพมาหลายสิบปี ไม่เคยพบเรื่องประหลาดเช่นนี้มาก่อน"
ท่านชือเฒ่าตรวจวินิจฉัยให้เซียวจิ่วเยวียนเสร็จแล้ว ก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง
จุยอิ่งด้านข้างเร่งรุดถาม "ท่านชือเฒ่า องค์ชายทรงยืนขึ้นเดินได้ นี่หมายความว่าพิษในร่างของเขาถอนแล้วหรือไม่"
"หาใช่ไม่ ในร่างองค์ไท่จื่อมิได้มีแต่พิษเพียงอย่างเดียว หาไม่แล้วก็คือกู่ และยังมีพิษบางอย่างที่เราผู้นี้ได้หยอดลงในร่างของไท่จื่อเพื่อรักษาชีวิตพระองค์ในช่วงสามปีนี้"
"เดิมที ตัวกู่ในร่างขององค์ไท่จื่อและพิษอีกหลายชนิดต่างหักล้างคานกัน สามารถบรรลุถึงสมดุลบางอย่างที่ลงตัว หากสมดุลดังกล่าวนี้ถูกทำลายลง ชีวิตขององค์ไท่จื่อก็ยากจะธำรงไว้ได้"
ท่านชือเฒ่าลูบเคราพลางตอบคำถามของจุยอิ่ง
จุยอิ่งฟังแล้วย่อมร้อนใจกว่าเดิม "ท่านชือเฒ่า ท่านช่วยย่นย่อให้สั้นได้หรือไม่ สรุปแล้วพิษขององค์ชายตอนนี้ ถอนแล้วหรือยังมิได้ถอน"
"เร่งรีบอันใดเล่า คนแก่เช่นเรากำลังจะกล่าวอยู่แล้วมิใช่หรือ ถ้าอึกอักอีก เราจะทำให้เจ้าเป็นใบ้เสียเลย" ท่านชือเฒ่าถลึงตาใส่จุยอิ่ง
จุยอิ่งหมายจะซักถามต่อไป กลับถูกเซียวจิ่วเยวียนตัดบท "จุยอิ่ง ให้ท่านชือเฒ่ากล่าวต่อไป"
"พ่ะย่ะค่ะ" จุยอิ่งถอยหลังหนึ่งก้าว เอ่ยปากไม่พูดอีก
ท่านชือเฒ่าพยักหน้าอย่างพึงพอใจ กล่าวกับเซียวจิ่วเยวียน "วาสนาของเจ้านั้นเป็นดังพรหมลิขิตอย่างแท้จริง ปาฏิหาริย์เช่นนี้กลับเกิดขึ้นกับเจ้าได้"
"พิษทั้งร่างนี้ของเจ้า หากเพียงได้รับการถอนพิษชนิดใดชนิดหนึ่งไป สิ่งที่รออยู่คือการย้อนกลับโจมตีของพิษอีกหลายชนิดที่เหลือ เมื่อถึงตอนนั้น เจ้าจะไร้หนทางรอดตายโดยสิ้นเชิง"
"ส่วนคนที่ถอนพิษให้เจ้านั้น อัศจรรย์ก็อัศจรรย์ตรงที่ เขากลับสามารถลดทอนฤทธิ์พิษหลายชนิดในร่างเจ้าได้พร้อมกัน ทั้งยังสามารถใช้ของหยางบริสุทธิ์เข้ากดปรามในยามที่ตัวกู่ย้อนกลับโจมตี หลังจากนั้นจึงใช้ไอสังหารเป็นตัวนำ จ้วงตัวกู่ในร่างเจ้าออกมาได้ทั้งเป็น"
"เมื่อครู่ที่เรากล่าวถึงหลายข้อนี้ ว่ามาง่าย แต่การลงมือปฏิบัติจริงยากเย็นปานขึ้นสู่สวรรค์ แค่ขั้นแรกที่ว่าลดทอนพิษทั้งหมดในร่างเจ้าพร้อมกันนี้ เราก็ไม่สามารถทำได้"
ท่านชือเฒ่ายิ่งพูดก็ยิ่งฮึกเหิม "องค์ไท่จื่อ สุดยอดฝีมือผู้ถอนพิษให้เจ้าคือผู้ใดกันแน่ พอจะชี้แนะให้รู้จักสักเล็กน้อยได้หรือไม่"
ผ่านไปเนิ่นนาน เซียวจิ่วเยวียนซึ่งเงียบไปนานจึงหันมามองท่านชือเฒ่า "ความประสงค์ของท่านชือเฒ่า ข้าจะรับมากล่าวแทนให้ หากจะพบหรือไม่ คงต้องถามยอดฝีมือผู้นั้นดู"
เมื่อเอ่ยถึงคำว่า "ยอดฝีมือ" สีหน้าของเซียวจิ่วเยวียนแปร่งประหลาดเล็กน้อย
ท่านชือเฒ่าหาได้สังเกตไม่ รีบผงกศีรษะ "สมควรเป็นเช่นนั้น สมควรเป็นเช่นนั้น"
หลังจากท่านชือเฒ่าจากไป เซียวจิ่วเยวียนเอ่ยกับจุยอิ่ง
"ไปนำตัวเด็กนั่นมา"
จุยอิ่งรับคำสั่งแล้วจากไปทันที
เพิ่งก้าวพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงอื้ออึงดังมาจากด้านนอก
แว่วได้ยินคำว่า "ช่วยท่านซื่อจวิ้น" "ท่านซื่อจวิ้นชีวิตใกล้ดับสูญ"
สีหน้าของเซียวจิ่วเยวียนเปลี่ยนไปฉับพลัน