ในเวลาเดียวกัน จิ่วจิ่วกับไป๋เสี่ยวเฟิงก็แยกทางกัน
เมื่อกลับถึงตำหนักบูรพา จิ่วจิ่วก็เริ่มตามหาไข่
นางค้นหาไปทั่วก็ยังหาไข่ใบนั้นไม่พบ
“เอ๊ะ หายไปไหนแล้ว?” จิ่วจิ่วพึมพำ
ไม่เพียงไข่ใบแรกที่หาไม่พบ แม้แต่ไข่อีกใบที่ท่านราชครูมอบให้นางภายหลังก็หายไปด้วย
ยามนั้น เสี่ยวฮุยโผล่ออกมาจากเรือนผมของนาง พลางทำไม้ทำมือและส่งเสียงจี๊ด ๆ ไม่หยุด
จิ่วจิ่วเบิกตากว้าง “อะไรนะ ไข่ของข้าถูกเสี่ยวอิ้นเอาไปหรือ? เสี่ยวอิ้นเอาไข่ของข้าไปทำอะไร? มาขโมยไข่ไปตั้งแต่เมื่อใด?”
งูใหญ่ตัวโตขนาดนั้นแอบมาขโมยไข่ของนาง ไม่มีใครพบเห็นเลยหรือ?
“จี๊ด ๆ...” เสี่ยวฮุยส่งเสียงจี๊ด ๆ อีกระลอก
หลังฟังจบ จิ่วจิ่วแทบกลอกตาขึ้นฟ้า นางเอื้อมมือคว้าหนังคอด้านหลังของเสี่ยวฮุยแล้วเขย่า “ข้าว่าแล้ว ที่แท้เจ้าหัวขโมยในบ้านนี่เอง เอาไข่ของข้าคืนมา เอาคืนมา...”
เสี่ยวฮุยถูกจิ่วจิ่วเขย่าจนแทบได้พบย่าทวดของมัน
ครู่ใหญ่ต่อมา จิ่วจิ่วนั่งอยู่บนหลังพยัคฆ์ขาว เดินทางมาถึงเรือนชนบทของนางนอกเมือง
เรือนชนบทแห่งนี้เดิมเป็นขององค์ชายสี่ ภายหลังจึงยกให้นางเป็นค่าชดเชย
ก่อนหน้านี้ ระหว่างการประลองของสี่สำนักศึกษา ท่านอาเขยผู้งดงามถูกคนจับตามอง จิ่วจิ่วจึงเสนอให้เขาพาท่านอาผู้งดงามไปพักที่เรือนชนบทแห่งนี้ชั่วคราว
พอเอ่ยถึงการประลองของสี่สำนักศึกษา จิ่วจิ่วก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เรื่องของสี่สำนักศึกษาครึกโครมเสียใหญ่โต
