“อ๊า—”
เย่ลี่เสวียนผู้ร้อนใจรออยู่ด้านนอกเรือน พลันได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานขององค์หญิงใหญ่ดังมาจากด้านใน
สีหน้าเขาเปลี่ยนไปในทันใด หมายจะพุ่งเข้าไปในเรือน
มือเพิ่งแตะบานประตู ก็ได้ยินเสียงตวาดต่ำของจิ่วจิ่วดังมาจากด้านใน “อย่าเข้ามา!”
มือที่กำลังผลักประตูของเย่ลี่เสวียนชะงักค้าง
แววลังเลวูบผ่านดวงตา
สุดท้ายเขากัดฟัน ก่อนชักมือกลับ
ยามนี้เย่ลี่เสวียนดูราวกับสามีที่ภรรยากำลังคลอดบุตรอยู่ในห้อง แต่ตนกลับช่วยอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินวนเวียนอย่างร้อนใจอยู่ด้านนอก
ประหนึ่งเวลาผ่านไปนานนับร้อยปี
ในที่สุดเสียงของจิ่วจิ่วก็ดังมาจากด้านใน “เข้ามาได้แล้ว!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เย่ลี่เสวียนก็ผลักประตูเข้าไปโดยไม่ลังเล
พอเข้ามาในเรือน เย่ลี่เสวียนก็มุ่งตรงไปยังเตียง
เห็นองค์หญิงใหญ่ฟื้นขึ้นมาแล้ว นอกจากสีหน้าซีดเซียวเล็กน้อย อย่างอื่นล้วนปกติดี เขาจึงค่อยถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
“ดีเหลือเกิน องค์หญิงไม่เป็นไร ช่างดีเหลือเกิน”
เย่ลี่เสวียนกุมมือองค์หญิงใหญ่ไว้ ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา
องค์หญิงใหญ่ยิ้มให้เขาบาง ๆ จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้มองไปด้านข้าง
ข้างกายองค์หญิงใหญ่มีจิ่วจิ่วนอนอยู่บนเตียง ท้องน้อยกลมป่องและนิ่งไม่ไหวติง
สีหน้าเย่ลี่เสวียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย “นางเป็นอะไรไปหรือ?”
เมื่อคิดว่านางอาจประสบเหตุเพราะช่วยองค์หญิงใหญ่ เย่ลี่เสวียนก็รู้สึกละอายใจยิ่งนัก
“ไม่ตายหรอก แค่กินอิ่มเกินไป ท่านอาเขยผู้งดงาม รีบอุ้มข้าขึ้นมาที” จิ่วจิ่วเอ่ยอย่างไม่เร่งร้อน
ขณะพูด นางยังเรอออกมาหนึ่งครั้ง
มื้อนี้ช่างกินได้อย่างอิ่มหนำสำราญนัก
