ทุกคนต่างรู้ดีว่าเจียงเผยจวินได้รับบาดเจ็บถึงรากฐานตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ร่างกายจึงอ่อนแอมาตั้งแต่เล็ก หากถูกแส้นี้ฟาดลงไป นางคงไม่ถึงกับสิ้นชีวิตก็คงต้องเจ็บหนักปางตาย
ทว่าการลงโทษด้วยการโบยหาใช่การฟาดเพียงครั้งเดียวไม่
ทุกคนล้วนรู้ว่าฝูเป่าต้องการเอาชีวิตเจียงเผยจวิน
แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าออกมาขัดขวาง
ทุกคนมองเจียงเผยจวินด้วยความเวทนา รอชมภาพเลือดสาดเต็มพื้นและนางสิ้นใจอย่างอนาถอยู่ตรงหน้า
ทว่าภาพนองเลือดที่พวกเขาคาดคิดกลับมิได้เกิดขึ้น
ร่างเล็กจ้อยสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเจียงเผยจวินรวดเร็วดุจสายฟ้า ยื่นมือคว้าแส้ที่กำลังจะฟาดลงบนร่างของนางไว้
“กล้าทำร้ายคนของราชันผู้นี้ เจ้าเบื่อชีวิตแล้วหรือ!”
จิ่วจิ่วเหลือบตาขึ้นมอง สายตาที่จับจ้ององครักษ์คนนั้นคมกริบราวคมมีด
เมื่อถูกนางจ้องมองเช่นนั้น ร่างขององครักษ์ก็สั่นเทาอย่างควบคุมมิได้ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
น่ากลัวยิ่งนัก!
สายตาเช่นนั้นช่างคล้ายยามไท่จื่อทรงคลุ้มคลั่งเหลือเกิน
เขากลัวเหลือเกินว่าจวิ้นจู่น้อยจะคลุ้มคลั่งขึ้นมาแล้วบิดศีรษะของเขาหลุดจากบ่า
“ไสหัวไป!”
“ขัดรับสั่ง จับนางไว้!”
เสียงสองเสียงดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
ร่างขององครักษ์สั่นหนักกว่าเดิม
เขาเป็นเพียงองครักษ์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ตกลงควรฟังคำสั่งของผู้ใดกันแน่?
“บังอาจ! ฝูเป่าคือเทพธิดาแห่งมหาอาณาจักรฉี ผู้ใดกล้าล่วงเกินนาง ผู้นั้นก็เท่ากับขัดพระบัญชาของเรา”
จักรพรรดิจิ้นยวนตี้ตวาดก้อง
จากนั้นจึงมีรับสั่งว่า “มา จับจวิ้นจู่หย่งอานไว้!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ทันใดนั้น องครักษ์กลุ่มหนึ่งพร้อมอาวุธก็กรูกันเข้ามาจากด้านนอก
